ระดับภาษา

 

 ปัจจัยที่กำหนดระดับภาษา

ปัจจัยที่เป็นตัวกำหนดระดับของภาษา ได้แก่
1. โอกาสและสถานที่ เช่น การสื่อสารกับบุคคลกลุ่มใหญ่ในที่ประชุม ที่สาธารณะ ตลาดร้านค้า หรือที่บ้าน ย่อมใช้ระดับภาษาต่างกัน
2. สัมพันธภาพระหว่างบุคคล  เช่น  เพื่อนสนิท  คนที่เพิ่งรู้จัก  ผู้ไม่เคยรู้จักกันมาก่อนย่อมใช้ระดับภาษาต่างกัน แต่อย่างไรก็ดี ปัจจัยนี้ต้องขึ้นปัจจัยข้อที่ 1 เช่น บุคคลที่เป็นเพื่อนสนิทเมื่อพูดกันในที่ประชุมย่อมไม่อาจใช้ภาษาระดับเดียวกับที่เคยใช้เมื่อสนทนา
กันตามลำพังได้
3. ลักษณะของเนื้อหา เนื้อหาของสารส่วนใหญ่มีความสัมพันธ์กับโอกาสในการสื่อสารระดับภาษา ในบางกรณีเนื้อหาอย่างเดียวกันอาจใช้ภาษาต่าง ๆ กัน ได้ทั้ง 5 ระดับ
4. สื่อที่ใช้ส่งสาร เช่น จดหมายส่วนตัวผนึกซอง ไปรษณียบัตร การบอกต่อ ๆ กันไปด้วยปาก การพูดทางเครื่องขยายเสียง การพูดทางวิทยุกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ ย่อมใช้ภาษาต่างระดับกัน

ลักษณะของภาษาระดับต่าง ๆ
ลักษณะของภาษาระดับต่าง ๆ แตกต่างกันดังนี้
1. การเรียบเรียง ภาษาต่างระดับกันจำเป็นต้องใช้ความพิถีพิถันในการเรียบเรียงเกี่ยวกับลำดับหรือระเบียบของใจความแตกต่างกันไป เช่น ภาษาระดับพิธีการ และระดับทางการจะต้องใช้ข้อความที่ต่อเนื่องกลมกลืนกันมากกว่าภาษาระดับกึ่งทางการ ในการใช้ภาษาเขียนไม่ว่าในระดับใดจะต้องระมัดระวังในเรื่องลำดับข้อความมากกว่าภาษาพูด เพราะผู้อ่านไม่อาจถามได้
2. กลวิธีนำเสนอ ภาษาระดับพิธีการและระดับทางการนำเสนออย่างกลาง ๆ เป็นการส่งสารไปยังกลุ่มบุคคล และส่งในฐานะที่เป็นผู้แทนของกลุ่มบุคคลหรือในนามของตำแหน่ง ไม่เจาะจงบุคคลผู้รับหรือผู้ส่งสาร อย่างภาษาระดับไม่เป็นทางการและระดับกันเอง
3. ถ้อยคำที่ใช้ การใช้ถ้อยคำในภาษาจะเป็นต้องแตกต่างกันไปตามระดับต่าง ๆ กัน เช่น
3.1 คำสรรพนาม ภาษาระดับพิธีการ ระดับทางการและระดับกึ่งทางการ ย่อมใช้สรรพนามบุรุษที่ 1 และบุรุษที่ 2 ต่างกับภาษาระดับไม่เป็นทางการและระดับกันเอง
3.2 คำนาม คำสามานยนามหลายคำใช้คำแตกต่างกันระหว่างระดับทางการขึ้นไปและระดับต่ำกว่าทางการ เช่น
โรงหนัง – โรงภาพยนตร์             
ใบขับขี่ – ใบอนุญาตขับรถยนต์            
ใบรับรอง – หนังสือรับรอง
บัสเลน – ช่องเดินรถประจำทาง     
รถเมล์ – รถประจำทาง              
แสตมป์ – ดวงตราไปรษณียากร
งานแต่งงาน – งานมงคลสมรส
คำวิสามานยนามในภาษาระดับทางการขึ้นไปต้องใช้ชื่อเต็ม คำลักษณะนามในภาษาระดับทางการขึ้นไปจะต้องใช้ให้ถูกต้องตามแบบแผนพิเศษ
3.3 คำกริยา ใช้ต่างกันในระดับต่าง ๆ เช่นกริยาตายใช้ต่าง ๆ กันตามฐานะของบุคคลและโอกาส คือ เสีย สิ้น ถึงแก่กรรม ถึงแก่อนิจกรรม ถึงแก่อสัญกรรม สิ้นชีพตักษัย สิ้นพระชนม์ สวรรคต มรณภาพ กริยาบางคำใช้ต่างกันระหว่างระดับทางการขึ้นไปกับระดับต่ำกว่าทางการ เช่น
ทิ้งจดหมาย - ส่งจดหมายทางไปรษณีย์
ตีตรา - ประทับตรา
เผาศพ - ฌาปนกิจศพ
ออกลูก - คลอดบุตร
รดน้ำแต่งงาน - หลั่งน้ำพระพุทธมนต์
แทงเรื่อง - ผ่านหนังสือไปตามลำดับขั้นโดยเขียนข้อความและชื่อกำกับไว้
3.4 คำวิเศษณ์ ภาษาระดับทางการขึ้นไปไม่นิยมใช้คำวิเศษณ์บอกลักษณะและวิเศษณ์บอกปริมาณ เช่น เปรี้ยวจี๊ด ขมปี๋ อ้วนฉุ ยุ่งจัง ยิ้มแฉ่ง จะมีใช้บ้างบางคำ เช่น มาก   น้อย   จัด
3.5 คำชนิดอื่น ๆ เช่น คำบุพบท คำสันธาน และคำสรรพนามที่เชื่อมความใช้ร่วมกันทุกระดับภาษา คำลงท้ายประโยค คะ ครับ ซิ นะ เถอะ ใช้เฉพาะในระดับไม่เป็นทางการ และระดับกันเอง
คำที่ใช้แตกต่างกันระหว่างระดับกึ่งทางการลงมากับระดับอื่น เช่น
ระดับกึ่งทางการลงมา         ระดับอื่น
             ยังงั้น               อย่างนั้น
             ยังงี้                 อย่างนี้
             ยังไง               อย่างไร

     

 

สร้างโดย: 
อ.ศรีสวาสดิ์

อยากให้ทำเป็นตารางจะได้เข้าใจมากขึ้น

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 7 คน กำลังออนไลน์