ความแตกต่าง

รูปภาพของ supatkul

     วันนี้ได้มีโอกาสไปสอบสัมภาษณ์ ป.โท ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ แล้วก็ไปเจอบอร์ดที่น่าจะเป็นนักศึกษาได้จัดไว้ เขาได้พูดถึงความแตกต่างของสิ่งที่หลายๆ คนสงสัยว่า วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ วิทยาการคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศ มันต่างกันอย่างไร พอได้อ่านแล้วก็ต้องรีบหยิบดินสอกับกระดาษ(กระดาษที่เตรียมไปสอบ)มาจด เพื่อที่ว่าจะได้มาเล่าให้คนที่ยังสงสัยได้ร้อง อ้อ!!! จึงขออนุญาตนำข้อมูลบางส่วนมาเล่าต่อด้วยค่ะ

     แต่ตอนจดนี่สิคนที่มาสอบด้วยกันก็มองกันหลายคนว่าจดอะไรหว่า ข้อสอบอ่ะป่าว เหอเหอ

ถ้าเปรียบกับต้นไม้

  • วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ (Computer Engineering: CE) เปรียบเสมือนรากของต้นไม้ ซึ่งถ้าไม่มีรากต้นไม่ก็ไม่สามารถอยู่ได้ (แสดงว่าสำคัญมากแฮะ!!!)
    วิศวกรรมคอมพิวเตอร์จะเน้นเรียนแบบเจาะลึกรู้จริง ครอบคลุมหัวข้อทั้งหมดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ได้แก่ซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และเน็ตเวิร์ก (บนบอร์ดเขียนว่า "เน้นฮาร์ดแวร์ ประมาณว่าทำออกมากันเป็นชิ้นๆ ได้เลยทีเดียว) แต่จากประสบการณ์ที่เรียนมาเองขอบอกว่าไม่ได้เน้นแต่ที่ฮาร์ดแวร์อย่างเดียว เรียนทุกเรื่องเลย ต้องรู้ทุกอย่างก็ว่าได้ แต่ถ้ารู้ทั้งหมดเรียน 4 ปีคงไม่จบแน่ 555 พอจบมาคงต้องมาหาความรู้เอาเองอีกมากโขเลยล่ะ
  • วิทยาการคอมพิวเตอร์ (Computer Science: CS) เปรียบเสมือนลำต้น ที่มีระบบส่งน้ำไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆ
    วิทยาการคอมพิวเตอร์จะเน้นเรียนทางด้านซอฟต์แวร์เป็นหลัก เรียนเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์ล้วนๆ เน้นเขียนโปรแกรมเป็นส่วนใหญ่ มีเรียนเกี่ยวกับกราฟฟิก และเน็ตเวิร์ก ตามแต่จะสนใจเลือก (อันนี้ไม่เคยเรียนไม่รู้เหมือนกัน แต่เคยได้ยินจากเพื่อนที่เคยฝึกงานด้วยกันบอกเน้นเขียนโปรแกรมอย่างมาก)
  • เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology: IT) เปรียบเสมือนบุคคลผู้นำผลไม้ที่ได้นั้นไปใช้อีกทีหนึ่ง
    เทคโนโลยีสารสนเทศเน้นการเรียนรู้ด้านการนำเทคโนโลยีไปใช้ หรือการนำซอฟต์แวร์ต่างๆ ไปใช้ในชีวิตประจำวัน (อันนี้เห็นด้วยแค่ที่บอกว่า เรียนรู้ด้านการนำเทคโนโลยีไปใช้ แต่อย่างอื่นไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไหร่ เพราะเคยเรียนวิชาเลือกของคณะนี้อยู่ จริงๆแล้วเขาก็เรียนทั้งเขียนโปรแกรม ทั้งเน็ตเวิร์ก แล้วก็นำสิ่งที่มีไปประยุกต์ จะว่าไปก็ดีซะอีกไม่ต้องเรียนแต่วิชาการ ทฤษฎีที่มีอยู่ เป็นการใช้ความคิดที่จะนำสิ่งที่มีอยู่ไปประยุกต์ใช้อย่างไรให้เกิดประโยชน์ ได้เรียนกราฟฟิก ทำภาพสวยๆงามๆ ไม่เหมือนกับวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ที่เรียนคอมพิวเตอร์กราฟฟิกอย่างลึกซึ่ง กว่าจะได้รูปสี่เหลี่ยมธรรมดามาซักรูปหนึ่งมันต้องคำนวณแล้วคำนวณอีก แก้บักโปรแกรมอยู่นาน)

     สงสัยอะไรอยากรู้อะไรเพิ่มเติมก็ถามมาได้ ถ้าตอบได้ก็จะตอบ อิอิ 

     ความรู้ที่มีตลอดเวลาที่เรียนมาตั้งแต่อนุบาล-ปริญญาตรี (19 ปี) ไม่ได้บ่งบอกว่าเราเป็นคนดีหรือทำประโยชน์ให้กับสังคมมากน้อย แค่ไหน ถึงแม้งานที่ทำจะไม่ได้ใช้ความรู้จากสาขาที่จบมาเป็นประโยชน์ทั้งหมด ก็ยังดีกว่าคนที่มีความรู้มากแต่ไม่เคยทำประโยชน์ให้ใครเลยนอกจากตัวเอง

Happy Valentine's Day
By SU (CE11@DPU) 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 8 คน กำลังออนไลน์