พระอัจฉริยภาพทางด้านดนตรี

รูปภาพของ SugarFree

        

พระราชอัจฉริยะภาพในการประพันธ์เพลง

          ในส่วนที่ทรงพระราชนิพนธ์เพลงนั้น ทรงเริ่มอย่างจริงจังเมื่อมีพระชนมายุ ๑๘ พรรษา ขณะเมื่อ ยังทรงดำรงพระยศสมเด็จพระอนุชา ตามเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล เสด็จนิวัตพระนคร เมื่อพุทธศักราช ๒๔๘๘ ดังที่พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ บันทึกความไว้

          "๕ ธันวาคม ๒๔๘๘ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๘ เสด็จนิวัตสู่ประเทศไทยพร้อม สมเด็จพระอนุชา และสมเด็จพระราชชนนี ประทับ ณ พระที่นั่งบรมพิมาน ในพระบรมมหาราชวัง ได้โปรด เกล้าฯให้เข้าเฝ้าในฐานะนักแต่งเพลงสมัครเล่น ได้นำโน้ตเพลงที่ได้แต่งไว้แล้วถวายทอดพระเนตร พระ ราชทานข้อแนะนำเกี่ยวกับการแต่งเพลงประเภทบลูส์ โดยทรงเปียโนสาธิตให้ฟังและสมเด็จพระอนุชาทรงอธิบาย ต่อมาได้เข้าเฝ้ารับพระราชทานทำนองเพลงพระราชนิพนธ์ของสมเด็จพระอนุชามาใส่คำร้อง เพลงแสงเทียน ยามเย็น สายฝน ตามลำดับ แต่เพลงยามเย็นและเพลงสายฝนได้นำออกสู่ประชาชนก่อนเพลงแสงเทียน โดย พระราชทานให้ออกบรรเลงในงานลีลาศที่สวนอัมพร โดยวงดนตรีของกรมโฆษณาการ (กรมประชา สัมพันธ์) ควบ คุมวงโดย เอื้อ สุนทรสนาน และออกอากาศทางวิทยุ กรมโฆษณาการเป็นประจำ เป็นที่ซาบซึ้ง และประทับ ใจพสกนิกรอย่างมาก ..."

           ในฐานะดุริยกวี ทรงพระราชนิพนธ์เพลงไว้ถึง ๔๖ เพลง ซึ่งเป็นที่นิยมของคนไทยและชาวต่างประเทศเป็นอย่างมาก  บทเพลงของพระองค์ท่าน  ถูกนำมาบรรเลงในรูปแบบต่างๆ มากมาย  ทั้งที่บรรเลงในลีลาเพลงแจ๊ส  คลาสสิค  เพลงสมัยนิยม  บทเพลงขับร้องและบทบรรเลง

           ทรงนิพนธ์ทำนองเพลงตั้งแต่ครั้งยังทรงพระเยาว์เช่นกัน "ผู้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาทและผู้ที่เคยได้ร่วมเล่นดนตรีกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เล่าถึงพระราชอัจฉริยภาพในการนิพนธ์เพลงว่า ทรงแต่งเพลงได้ทุกแห่ง บางครั้งไม่จำเป็นใช้เครื่องดนตรีช่วย ครั้งหนึ่งทรงเกิดแรงบันดาลพระทัยหยิบฉวยซองจดหมายได้ก็ทรงตีเส้น 5 เส้น แล้วเขียนโน้ตทำนองเพลงขึ้นโดยฉับพลัน เช่น "เราสู้" เป็นต้น (กรมศิลปากร. 2530 : 160) 

           เพลงที่ทรงพระราชนิพนธ์เพลงแรก คือ เพลง “แสงเทียน" ซึ่งเป็น เป็นเพลงแนวบลูส์ แต่เนื่องจากมีพระราชประสงค์ที่จะทรงแก้ไขให้ดีขึ้น จึงยังไม่โปรดเกล้าฯ พระราชทานออกมา แต่ได้โปรดเกล้าฯ เพลงพระราชนิพนธ์ "ยามเย็น" ซึ่งเป็นเพลงที่พระราชนิพนธ์เป็น อันดับที่สอง และ เพลง "สายฝน" เป็นพระราชนิพนธ์เพลงที่สาม ทรงโปรดเกล้า ฯ ให้นำออกบรรเลงเป็นเพลงที่สองต่อจากเพลง "ยามเย็น" ออกมาก่อน ซึ่งเป็นที่ซาบซึ้ง และประทับใจของพสกนิกรเป็นอย่างมาก

           ต่อมาสถาบันการศึกษามหาวิทยาลัยต่างๆ ได้ขอพระราชทานเพลงประจำมหาวิทยาลัย เริ่มจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ขอพระราชทานก่อนโดยมี ม.ร.ว.สุมนชาติ สวัสดิกุล เป็นผู้ขอพระราชทาน  เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์ทำนองและโปรดเกล้าฯพระราชทานให้แล้ว  ทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้ขอพระราชทานคำร้องอีก ซึ่งได้โปรดเกล้าฯ  ให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจัดแต่งคำร้องเอง และส่งมาถวายในภายหลังจากนั้นสถาบันอื่นๆ จึงได้ขอพระราชทานเพลงประจำสถาบัน ซึ่งก็ได้พระราชทานให้ด้วย

         เพลงพระราชนิพนธ์ทุกเพลง เป็นที่ซาบซึ้งของพสกนิกรเป็นอันมาก เพราะนอกจากจะมีความไพเราะอย่างวิเศษแล้ว ยังเป็นเพลงที่มีคติประโยชน์นานัปการ จึงได้มีผู้ขอพระราชทานเพลงพระราชนิ พนธ์และโปรดเกล้าฯ พระราชทานให้แก่เหล่าทหารหาญเป็นลำดับมา  คือ เพลงมาร์ชราชวัลลภ  ธงชัยเฉลิมพล  มาร์ชราชนาวิกโยธิน เป็นต้น

        ในวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ระหว่างปี พ.ศ.๒๔๙๔ -๒๔๙๕ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชประสงค์จะพระราชทานพรให้แก่พสกนิกร  โดยใช้บทเพลงแทนการพระราชทานพร  จึงโปรดเกล้าฯให้ผู้ใกล้ชิดร่วมกันแต่งเพลง “ พรปีใหม่ ” ขึ้น  และได้โปรดเกล้าฯ ให้ ม.จ.จักรพันธ์เพ็ญศิริ จักรพันธุ์ ทรงเป่า Saxophone ในช่วงแรกและช่วงที่สาม โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงเป่าต่อในช่วงที่สอง และช่วงที่สี่สลับไปจนครบทำนองเป็นเพลงแล้วทรงประพันธ์คำอวยพรลงในบทเพลงตอนนั้นเลย ต่อมาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระราชนิพนธ์คำร้องเป็นภาษาอังกฤษ ได้แก่ เพลง Still on My Mind , No Moon  และ  Dream Island

        ในปี พ.ศ. ๒๔๙๕ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระราชทานเพลง " ยิ้มสู้ " ให้แก่โรงเรียนสอนคนตาบอด เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่คนตาบอด ส่วนเนื้อร้องภาษาอังกฤษนั้น ม.จ.จักรพันธ์เพ็ญศิริ จักรพันธุ์ ได้แปลงจากบทกลอนชื่อ Smiles ในหนังสือ Bed Time Stories

         นอกจากจะทรงมีพระปรีชาสามารถทางศิลปะการดนตรีแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงมีพระปรีชาสามารถทางด้านศิลปะการละครอีกด้วย  โดยได้ทรงพระราชนิพนธ์ เพลงชุดแสงเดือน ขึ้นเป็นเพลงพระราชนิพนธ์ที่ใช้ประกอบลีลาแสดงระบำปลายเท้า (บัลเล่ต์) ซึ่งได้เปิดการแสดง ณ เวทีลีลาศสวนอัมพร ปรากฏเป็นที่นิยมของประชา ชนโดยทั่วกัน

         นอกจากเพลงแสงเดือนแล้ว  พระองค์ยังได้ทรงพระราชนิพนธ์เพลงประกอบการแสดงอีกชุด คือ มโนราห์ (KINARI SUITE) โดยทรงแยกและเรียบเรียงเสียงประสานด้วยพระองค์เอง และได้มีการบรรเลงประกอบการแสดงด้วย ซึ่งเพลงพระราชนิพนธ์ดังกล่าว พิสูจน์ได้ชัดว่า ทรงมีพระปรีชาสามารถในการพระราชนิพนธ์เพลงประกอบ POP LIGHT MUSIC และ CLASSIC  ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย…

สร้างโดย: 
SugarFree

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 86 คน กำลังออนไลน์