การเตรียมตัวสอบเอนทรานซ์

รูปภาพของ ssspoonsak

     การสอบ entrance นับว่าเป็นการสอบที่สำคัญยิ่ง สำหรับความรู้สึกของนักเรียนมัธยมปลายทั่วประเทศไทย เนื่องจากเป็นส่วนสำคัญอย่างหนึ่ง ในการกำหนดอาชีพการงานในอนาคตต่อไปไม่มากก็น้อย ดังนั้นการเตรียมตัวที่ดีแต่เนิ่นๆ จะช่วยลดความกดดัน ภาวะเตรียดต่างๆ และยังช่วยให้สภาพจิตใจ ร่างกายอยู่ในสภาพปกติอีกด้วย


     ต่อไปนี้พี่จึงมีข้อแนะนำเล็กๆ น้อยๆ ในการเตรียมตัวสอบ entrance มาฝาก หากน้องๆ คนใดสามารถนำมาปรับใช้กับการสอบอื่นๆ ก็ไม่ว่ากันจ้ะ

     1. ตั้งเป้าหมาย ไม่ว่าการสอบ การเรียนที่ระดับใดๆ ก็ตามหากเรามีเป้าหมาย หรือจุดมุ่งหมายที่แน่นอนแล้ว จะช่วยให้เรามีกำลังใจ และแรงจูงใจในการอ่านหนังสือ ก็เปรียบเสมือนหลักยึดเหนี่ยว ให้เราไปถึงเส้นชัยนั่นเอง การตั้งเป้าหมายสำหรับ ent นั้น การจัดอันดับ น้องๆควรจะถามตามตัวน้องเองก่อนว่า เราชอบหรือใฝ่ฝันที่จะเป็น หรือประกอบอาชีพอะไร ต่อไปในอนาคต แล้วอย่าลืมพิจารณา ความสามารถของน้องเองด้วยนะว่า อยู่ในระดับที่สามารถเรียน ในคณะที่เราใฝ่ฝันไว้หรือเปล่า แต่ข้อสำคัญก็คืออย่าประเมินค่า ของตัวเองต่ำเกินไป ทางที่ดีควรที่จะประเมินค่า ความสามารถของตัวเองให้สูงกว่าความเป็นจริงเล็กน้อยนะจ๊ะ เมื่อเราได้คณะ หรือกลุ่มวิชาที่เราชอบแล้ว ก็ต้องมาพิจารณากันถึงคะแนน ent ในช่วงที่ผ่านๆ มาว่าอยู่ในระดับใด คะแนนเฉลี่ยในแต่ละวิชา เป็นอย่างไรบ้างและแนวโน้มในปีที่เราจะ ent ว่าคะแนนจะเพิ่มขึ้น หรือลดลงอย่างไร ผลคะแนนสามารถศึกษาจากหนังสือคู่มือ และหนังสือรวบรวมข้อสอบ ent ทั่วๆไป
     2. เตรียมใจให้พร้อม การสอบ ent แตกต่างจากการสอบครั้งที่ผ่านมาของน้องๆ ตรงที่ว่าการสอบ ent นั้นเป็นการสอบที่ต้องวางแผน และเตรียมตัวในระยะยาว ตั้งแต่น้องๆเข้าสู่ม.ปลายเลยทีเดียวนะ ดังนั้นจะเป็นไปได้ ที่เมื่อเวลาผ่านไปไม่นาน น้องจะมีความรู้สึกเบื่อหน่าย ท้อแท้ เกียจคร้าน ในการอ่านทบทวนหนังสือ ดังนั้นวิธีที่ดีคือ เตรียมใจตั้งแต่ต้นว่า อีก2หรือ3ปีข้างหน้านี้ เป็นช่วงเวลาที่สำคัญมากที่สุดช่วงหนึ่งของชีวิต ที่น้องๆ จะต้องตั้งใจเรียน อ่านหนังสือและทำแบบฝึกหัด(การทำข้อสอบเก่าๆ มีประโยชน์มาก) เพื่อที่จะได้ ent ติดคณะที่ต้องการ ระลึกไว้เสมอว่า เวลาไม่สามารถย้อนกลับได้ ถ้าไม่ขยันเสียตอนนี้แล้ว จะไปขยันหลัง ent ไม่ติดก็ไม่มีประโยชน์นะ จริงไหม ในข้อนี้ พี่ให้น้องเตรียมใจ เพื่อให้มีความมุมานะ ขยันๆ แต่อย่าเครรียดดดเกินไป จนกินไม่ได้ นอนไม่หลับ นะจ๊ะ เดี๋ยวสิวขึ้น ไม่รู้นะ
     3. จัดตารางอ่านหนังสือ และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด การจัดตารางอ่านหนังสือ จะช่วยให้เรารู้ว่า แต่ละวันควรจะอ่านอะไร มากน้อยแค่ไหนดี และจะทำให้ไม่เกิดความรู้สึกที่ว่า วันนี้ไม่รู้จะอ่านอะไรดี และเพื่อประโยชน์ในระยะยาว จะได้อ่านหนังสือจบ และทันก่อนสอบ ไม่ทุ่มให้กับวิชาใดวิชาหนึ่ง มากเกินไปค่ะ ข้อแนะนำในการจัดตารางเวลาอ่านหนังสือ
       3.1. พิจารณาดูว่ามีวิชาที่ต้องใช้สอบกี่วิชา
       3.2. เวลาที่มีในการเตรียมตัวสอบ
       3.3. จัดว่าจะใช้เวลาอ่านแต่ละวิชาเท่าไร ไม่จำเป็นต้องให้เวลากับทุกวิชาเท่ากัน แต่ก็ไม่ควรทุ่มเทให้กับวิชาใดมากเกิน
ไป จนทำให้ไม่ได้อ่านวิชาอื่น ที่สำคัญควรมีเวลาเหลือ สำหรับอ่านทบทวนทั้งหมด และทำแบบฝึกหัด รวมถึงข้อสอบเก่าด้วย น้องๆ บางคนสงสัยว่า ควรอ่านวิชาเดียวให้จบไปเลย หรือสลับกันไปดีนะ อันนี้พี่ว่า ขึ้นอยู่กับความถนัดของแต่ละคนนะ ทำอย่างไรให้อ่านแล้วจำได้ดีก็พอจ้ะ

     4. ตั้งใจเรียนในห้องเรียน ข้อนี้สำคัญมากนะน้อง บางคนอาจจะคิดว่า ครูสอนอะไรก็ไม่เห็นจะรู้เรื่องเลย ไปเรียนพิเศษเอาดีกว่า ก็แล้วแต่จะคิดกันไป แต่น้องๆ อย่าลืมว่า การตั้งใจเรียนในห้องเรียน จะทำให้น้องๆ เข้าใจพื้นฐานของวิชานั้นๆ ได้ดี ทำให้สามารถ นำมาประยุกต์ใช้กับข้อสอบที่ยากๆ ได้โดยไม่ต้องเสียเวลา ทำความเข้าใจมาก ถ้ายังไม่ตั้งใจอีกล่ะ ก็คิดซะว่ายังไงครูที่สอนนี้ ก็เป็นคนออกข้อสอบนะ การ ent ระบบใหม่ใช้คะแนนในห้องเรียนด้วยนะคะ และน้องจะได้ไม่ต้องเสียเวลา หนึ่งคาบไปฟรีๆ ด้วย
     5. อ่านหนังสือในเรื่องที่จะเรียนไปล่วงหน้า จะทำให้รู้ขอบเขตกว้างๆ ของเรื่องที่จะเรียน ว่าเป็นอย่างไร มีเนื้อหามากน้อยแค่ไหน และจะทำให้เราสามารถถามอาจารย์ ในจุดที่ไม่เข้าใจได้ทันท่วงที
     6. อ่านหนังสือที่ของสำนักพิมพ์อื่นบ้าง ไม่ควรจำกัดอยู่เพียงหนังสือของโรงเรียนเท่านั้นเพราะจะทำให้น้อง ได้ทราบเกร็ดเล็กเกร็ดน้อย เพิ่มเติมในเรื่องที่เรียน และทราบถึงเหตุผล และที่มาที่ไปของข้อเท็จจริงที่ปรากฏ แต่ขอแนะนำว่า ควรอ่านของโรงเรียนให้จบก่อน แล้วค่อยอ่านของที่อื่นเพิ่มเติมนะ
     7. แบ่งปันความรู้ที่ได้จากที่เรียนพิเศษ หรือจากการอ่านหนังสือเพิ่มเติมกับเพื่อนๆ เป็นความจริงว่า น้องคงไม่มีเวลาพอ ที่จะเรียนพิเศษกับทุกสถาบัน ที่เปิดสอนหรืออ่านหนังสือของทุกสำนักพิมพ์ ที่มีได้หรอก(อาจบ้าก่อนที่จะสำเร็จ) แบ่งกันไปอ่าน ไปเรียน แล้วมาแลกเปลี่ยนความรู้กัน จะทำให้ได้ความรู้ที่กว้าง และไม่เครียดมากอีกด้วย
     8. หมั่นทำแบบฝึกหัด โจทย์และข้อสอบเก่าอยู่เสมอ ข้อนี้สำคัญมากๆๆๆๆๆๆเนื่องจากแนวข้อสอบ ent มักจะเหมือนเดิม เนื้อหาและประเด็นมักคงเดิม เปลี่ยนแปลงเพียงรายละเอียดปลีกย่อยเท่านั้น นอกจากนี้การทำแบบฝึกหัด ยังช่วยให้รู้ว่า จุดไหนเรายังไม่แม่นหรือไม่เข้าใจ จะได้กลับไปทบทวนจุดนั้นอีกรอบ บางทีน้องรู้สึกว่า น้องรู้และเข้าใจแล้ว แต่บางทีอาจจะรู้ไม่หมด หรือทำไม่ได้ การทำแบบฝึกหัดจะคอยเตือนสติน้องว่า จริงๆ แล้วไม่เข้าใจ ต้องทบทวนด่วนแล้วนะ โดยเฉพาะวิชาคำนวณ รู้แต่ทฤษฎีไม่ได้หรอกนะ การฝึกเยอะจะทำให้คิดได้เร็วขึ้น ในตอนแรกๆ ของการทำแบบฝึกหัด อย่ากลัวเปลืองการะดาษทดนะ ใช้ไปเยอะๆ ในตอนหลังจะใช้น้อยลง ตามความชำนาญ แล้วควรเริ่มจากแบบฝึกหัดง่ายๆ ก่อนแล้วค่อยไปทำโจทย์ที่พลิกแพลง อย่าลืมว่า ทฤษฎีที่ยากๆ ก็มีพื้นฐานมาจากหลักเบื้องต้น ทั้งนั้นแหละ
     9. เวลาอ่านหนังสือ ควรทำโน้ตย่อไปด้วย นอกจากจะทำให้เราไม่หลับ เวลาอ่านหนังสือแล้ว ยังสามารถใช้ทบทวนในการสอบครั้งต่อไปได้ด้วย ไม่ต้องเสียเวลาอ่านใหม่ทั้งหมดอีก อย่างน้อยก็มีกำลังใจ ในการอ่านหนังสือแล้วกันน่ะ นอกจากนี้ การใช้ทักษะหลายๆ ส่วนจะทำให้จำได้ดีกว่าการอ่านๆๆๆ อย่างเดียว โดยไม่เขียนเลย หากน้องไม่ถนัดที่จะทำโน้ตย่อ อาจอ่านแล้วอัดเทปไว้ฟังก็ได้ เปิดฟังแทนเพลง เปิดทุกที่ ที่เปิดได้ ยังไงๆ ความรู้ก็ต้องติดหูน้องๆ ไปบ้างละ
     10. สมาธิในการอ่านหนังสือ เป็นสิ่งสำคัญ ยิ่งกว่าจำนวนเวลาในการอ่าน เพราะหากน้องไม่มีสมาธิ อ่านหนังสือทั้งวันก็สู้การอ่านอย่างมีสมาธิ อ่านเพียงชั่งโมงเดียวไม่ได้ ดังนั้นควรกำหนดเวลา หรือจำนวนหน้าที่จะต้องอ่านให้รู้เรื่อง ในแต่ละวัน และทำให้ได้ตามนั้น จะช่วยให้มีสมาธิดียิ่งขึ้น
     11. เรียนพิเศษแค่ไหนดี ตามความคิดเห็นของพี่ คิดว่าถ้าน้องมีโอกาสที่จะได้เรียนพิเศษ ก็ดี แต่ไม่สำคัญเท่าพื้นฐาน หรือความเข้าใจในหลักประเด็นสำคัญในวิชานั้นๆ พี่ไม่เห็นด้วยกับการเรียนตามกันเป็นแฟชั่น เช่น น้องเก่งอยู่แล้วแต่เห็นเพื่อนๆ แห่กันไปเรียน น้องก็ขอแห่ไปสมัครด้วยโดยที่ไม่รู้ว่า เรียนเพราะอะไร นอกจากจะสิ้นเปลืองค่าเรียนแล้ว ยังเสียเวลาในการเดินทาง ซึ่งสามารถใช้ทบทวนวิชาอื่นๆ อีกด้วย ถ้าน้องเรียนแล้ว ก็อย่าลืมจัดเวลาให้ดีๆ นะจ๊ะ อย่าลืมเอากลับมาอ่านทบทวนด้วยล่ะ และอย่าทิ้งวิชาที่เรียนที่โรงเรียนนะ ครูที่สอนพิเศษไม่ได้ออกข้อสอบที่โรงเรียนซักหน่อย อีกประการหนึ่งก็คือ อย่าเรียนพิเศษมาก จนไม่มีเวลาอ่านหนังสือ และไม่ควรเรียนพิเศษ จนถึงวันสุดท้ายก่อนสอบ เพราะจะทำให้ไม่มีเวลาทบทวน และเครียดจนเกินไป
     12. ขอเตือนว่า จงแบ่งเวลาให้ดีๆ ควรมีเวลาทานอาหาร และพักผ่อนอย่างพอเพียง พึงระลึกไว้อยู่เสมอว่า การอ่านหนังสืออย่างหามรุ่งหามค่ำ โดยที่ไม่มีเวลาพักผ่อนให้เพียงพอนั้น จะไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพของเรา และจะทำให้การรับรู้ในวันต่อๆ ไปนั้น มีประสิทธิภาพน้อยลง การนอนอย่างเพียงพอนั้น จะทำให้สมองของเราสดชื่นแจ่มใส พร้อมที่จะเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ได้ เป้นอย่างดี ส่วนจะนอนแค่ไหนถึงจะพอนั้น ขึ้นอยู่กับแต่ละคน ไม่ควรนำตัวเอง ไปเปรียบเทียบกับผู้อื่นในเรื่องนี้ ไม่ควรกังวลว่า คนอื่นนอนดึกกว่าเรา แล้วเขาจะมีเวลาอ่านหนังสือได้มากกว่าเรา เมื่อเราอ่านหนังสือได้ตามเป้าหมาย ที่ตั้งไว้ในแต่ละวัน ก็นับว่าเพียงพอแล้ว แต่ก็มีข้อแม้ว่า เวลาพักผ่อนก็ไม่ควรจะมากเกินไปด้วยนะ เพราะนั่นจะหมายถึง ความเกียจคร้าน หรือผลัดวันประกันพรุ่ง
     13. ก่อนสอบควรจะอ่านในโน๊ตย่อที่ได้ทำไว้ เพื่อเป็นการทบทวน เมื่อเนื้อหาที่จะต้องทบทวนเพื่อสอบมีมาก น้องๆ หลายคนคงจะเกิดปัญหาว่า เมื่ออ่านจบแล้วไม่นานก็ลืมแล้ว จะทำอย่างไรดี พี่คิดว่าการได้อ่านทบทวนในโน๊ตย่อ ที่เราทำเอาไว้ในทุกๆบทก่อนสอบ จะทำให้เราเข้าใจถึงเนื้อหาโดยรวมทั้งหมด และจดจำประเด็นสำคัญ พร้อมกับเกร็ดที่ควรรู้ ได้ดีขึ้น ซึ่งจะทำให้เรามีกำลังใจ ในวันที่ต้องไปสอบจริง
     14. ทำอย่างไรจึงจะเรียนที่โรงเรียนได้ดีด้วย และเตรียมตัวสอบ ent. ได้ดีด้วย น้องๆ บางคนอาจจะมุ่งมั่น กับการสอบ ent. มากเสียจนกระทั่งลืมโรงเรียน จึงทำให้คะแนนสอบ ที่โรงเรียนแย่ลง โดยเฉพาะในวิชา ที่ไม่ได้ใช้ในการสอบ ent. เช่น วิชาสุขศึกษา หรือ พุทธศาสนา เป็นต้น คงจะเป็นการดี ถ้าเราสามารถทำทั้งสองอย่าง ให้ได้ดีทั้งคู่ โดยไม่ต้องทิ้งอย่างใดอย่างหนึ่ง วิธีการก็คือ การที่น้องจะต้องสามารถแบ่งเวลาให้ สำหรับทั้งสองอย่าง อย่างเหมาะสม โดยอาจให้เวลา กับวิชาที่ต้องใช้ทั้งสอบที่โรงเรียน และใช้ในการสอบ ent. ให้มากหน่อย และแบ่งเวลาให้แก่วิชาอื่น ที่ต้องสอบที่โรงเรียนบ้าง โดยอาจใช้เวลาช่วงที่ใกล้ๆ สอบ มาทบทวนเพื่อให้น้องจำได้มากขึ้น

     ทั้งหมดนี้ เป็นข้อแนะนำเล็กๆ น้อยๆ สำหรับการสอบ ent. ซึ่งหวังว่า คงจะเป็นประโยชน์กับน้องๆ ได้บ้าง ไม่มากก็น้อย ข้อคิดที่อยากฝากไว้ ก็คือ การเตรียมตัวสอบที่ดีนั้น อยู่ที่การวางแผนที่ดี, มีจุดมุ่งหมายที่แน่นอน และมีวินัยกับตนเอง รู้จักการใช้เวลาที่มีค่าอย่างเหมาะสม เปรียบเสมือนการออกวิ่งมาราธอน ที่มีจุดมุ่งหมายแน่ชัด และมีหัวใจเต็มร้อย ไม่หมดแรง หรือหมดกำลังใจไปซะก่อนที่จะถึงเส้นชัย เพราะความสำเร็จนั้น อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม ถ้าน้องรู้จักวิธีที่จะคว้ามันมาเป็นของน้องให้ได้

สร้างโดย: 
ครูพูนศักดิ์ สักกทัตติยกุล โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย กรุงเทพมหานคร

ปัญจพล แดงดี

 

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 15 คน กำลังออนไลน์