กรด เบส น่ารู้ ^___^

   
                                                 
  

                                 ในชีวิตประจำวัน เราใช้สารที่มีสมบัติเป็นกรดหรือเบส หรือกลาง หลายชนิด บางชนิดอยู่ในอาหาร

              หรือเครื่องดื่มที่เรารับประทาน เช่น น้ำส้มสายชู น้ำมะนาว น้ำอัดลม บางชนิด เป็นสารซักล้างการทำความสะอาด

              เครื่องสำอาง สารดังกล่าว ล้วนมีค่า ความเป็นกรด-เบส แตกต่างกัน ซึ่งการบอกความเป็นกรด-เบส สามารถบอกได้

              ด้วยค่าพีเอช (pH)

                                 นอกจากนี้แล้วความเป็นกรด เบส ยังมีความสำคัญต่อสิ่งมีชีวิตมาก ถ้าของเหลวในสิ่งมีชีวิตมี pH

              เปลี่ยนไป การทำงานของระบบต่างๆ จะเกิดการผิดปกติตามไปด้วย

              ค่า pH ของสารละลายกรด - เบส

                                 pH มาจาก potential of hydrogen ion ซึ่งสามารถใช้บอกความเป็นกรด-เบสของสารละลายได้

              ซึ่งค่า pH มีความสัมพันธ์กับความเข้มข้นของไฮโดรเนียมไอออน (H3O) ซึ่งปริมาณของไฮโดรเนียมไอออนยิ่งมาก 

              (สารละลายกรด) ค่า pH จะน้อยแต่ถ้าปริมาณของไฮโดรเนียมไอออนน้อย (สารละลายเบส) ค่า pH จะมาก ซึ่งค่า 

              pH สามารถบอกความเป็นกรด-เบสได้ ดังนี้ 

               pH = 7 สารละลายมีสมบัติเป็นกลาง

              pH > 7 สารละลายมีสมบัติเป็นเบส ยิ่งมี pH มาก ยิ่งเป็นเบสที่แรงขึ้น

              pH < 7 สารละลายมีสมบัติเป็นกรด ยิ่งมี pH น้อย ยิ่งเป็นกรดที่แรงขึ้น

(ที่มา : http://bcn.boulder.co.us/basin/data/BACT/info/pH.html)


              สมบัติทั่วไปของสารละลายกรดและสารละลายเบส ดังนี้

              สารละลายกรด

                                สารละลายกรด (acid solution) คือ สารละลายที่กรดละลายในน้ำ (กรดเป็นตัวละลาย

                  น้ำเป็นตัวทำละลาย) ซึ่งสามารถแตกตัวให้ไฮโดรเจนไอออน (H+) เมื่อละลายน้ำ

                  สมบัติของสารละลายกรด สมบัติของสารละลายกรด มีดังนี้

                  1. มีรสเปรี้ยว เช่น น้ำมะนาว (กรดซิตริก) น้ำส้มสายชู (กรดแอซีติก) วิตามินซี (กรดแอสคอร์บิก) เป็นต้น

                  2. ทดสอบโดยการใช้กระดาษลิตมัส (มี 2 สี คือ สีแดงและสีน้ำเงิน) ถ้าใช้กระดาษลิตมัสสีน้ำเงินจะเกิด

                      การเปลี่ยนแปลงสีของกระดาษลิตมัสจากสีน้ำเงินเป็นสีแดง แต่ถ้าใช้กระดาษลิตมัสสีแดงจะไม่มี

                      การเปลี่ยนแปลงสีของกระดาษลิตมัส

                  3. ทำปฏิกิริยากับโลหะได้ผลิตภัณฑ์เป็นแก๊สไฮโดรเจน (H2) เสมอ เช่น ปฏิกิริยาของโลหะสังกะสีในกรดเกลือ

                      ได้เกลือซิงค์คลอไรด์ (ZnCl2) กับแก๊สไฮโดรเจน   ดังนั้น       

  โลหะ + กรด   -------->  เกลือ +  แก็สไฮโดรเจน 

                  โลหะที่เกิดปฏิกิริยา เช่น สังกะสี (Zn), แมกนีเซียม (Mg), ทองแดง (Cu), เงิน (Ag), อะลูมิเนียม (Al) เป็นต้น

                  4. ทำปฏิกิริยากับสารประกอบคาร์บอเนต (XCO3; X คือ ธาตุโลหะใดๆ เช่น หินปูน (CaCO3),

                      โซเดียมไฮโดรเจนคาร์บอเนต (NaHCO3) หรือผงฟู ได้แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เสมอ เช่น

                      ปฏิกิริยาของหินปูนกับกรดเกลือ ดังสมการ 

CaCO3 (s) + 2HCl (aq)  -------->  CaCl2 (aq) + CO2 (g) + H2O (l)


                 เมื่อ ( ) เป็นการบอกสถานะของสารในปฏิกิริยา

                      - (s) = solid = ของแข็ง

                      - (l) = liquid = ของเหลว

                      - (g) = gas = แก๊ส


                ข้อควรทราบ

                 - กรดทำปฏิกิริยากับโลหะได้แก๊สไฮโดรเจน (H2)
                 - กรดทำปฏิกิริยากับสารประกอบคาร์บอเนตได้แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เสมอ

                 5. สารละลายกรดสามารถนำไฟฟ้าได้

                 6. ทำปฏิกิริยากับเบสได้เกลือและน้ำ

             สารละลายเบส

                                  สารละลายเบส (base solution) คือ สารละลายที่เบสละลายในน้ำ (เบสเป็นตัวละลาย

                 น้ำเป็นตัวทำละลาย) ซึ่งสามารถแตกตัวให้ไฮดรอกไซด์ไอออน (OH-) เมื่อละลายน้ำ

              สมบัติของสารละลายเบส

              สมบัติของสารละลายเบส มีดังนี้

              1. มีรสฝาด ขม

              2. เมื่อสัมผัสจะลื่นมือ

              3. ทดสอบกับกระดาษลิตมัส ถ้าใช้กระดาษลิตมัสสีแดงจะเกิดการเปลี่ยนแปลงสีของกระดาษลิตมัสจากสีแดงป็น

                  สีน้ำเงิน แต่ถ้าใช้กระดาษลิตมัสสีน้ำเงินจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงสีของกระดาษลิตมัส

              4. ทำปฏิกิริยากับเกลือแอมโมเนีย (NH4Y; Y = ธาตุอโลหะ เช่น คลอรีน (Cl) ได้เป็นแอมโมเนียมคลอไรด์ (NH4Cl) 

                  จะได้น้ำและแอมโมเนีย (NH3) เป็นผลิตภัณฑ์เสมอ เช่น ปฏิกิริยาของด่าง (NaOH, โซเดียมไฮดรอกไซด์) 

                  กับเกลือแอมโมเนียมคลอไรด์

 NaOH (aq)    +     NH4Cl (aq)      ------>     NaCl (aq)    +    H2O (l)     +    NH3 (g)

                      เบส             เกลือแอมโมเนียม         เกลือโซเดียมคลอไรด์        น้ำ             แอมโมเนีย

              5. ไม่ทำปฏิกิริยากับโลหะ ยกเว้น อะลูมิเนียม (Al) ที่เมื่อทำปฏิกิริยาแล้วจะได้แก๊สไฮโดรเจน (H2)

              6. ผสมกับน้ำมันหรือไขมัน จะได้สบู่และกลีเซอรอล เรียกปฏิกิริยานี้ว่า ปฏิกิริยาการเกิดสบู่ (saponification reaction)

              7. สารละลายเบสนำไฟฟ้าได้

              8. ทำปฏิกิริยากับกรดได้เกลือและน้ำ        

               

 

 

 

                      

สร้างโดย: 
krusuphan011

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 16 คน กำลังออนไลน์