การแต่งกาย

รูปภาพของ kp media

 

 

         
ประวัติ/ถิ่นกำเนิด
วิถีชีวิตของชนเผ่า
ความเชื่อชาวผู้ไท
ภาษาพูด
การแต่งกาย
ที่อยู่อาศัย
อาหารการกิน
ยารักษาโรค
ฮีต12
    ฮีต 1
    ฮีต 2
    ฮีต 3
    ฮีต 4
    ฮีต 5
    ฮีต 6
    ฮีต 7
    ฮีต 8
    ฮีต 9
    ฮีต 10
    ฮีต 11
    ฮีต 12
ครอง14
ผู้จัดทำ
 

 


ครื่องนุ่งห่มชาวผู้ไทย เป็นเผ่าที่ทำเครื่องนุ่งห่ม โดยเฉพาะผ้าห่มจนเหลือใช้(แม้กระทั่งในปัจจุบัน ชาวผู้ไทยก็ยังทำผ้าห่มไว้มากแขกมาเยี่ยมมาพักมีให้ห่มอย่างพอเพียง) ส่วนเสื้อผ้าก็พอมีใช้ไม่ฟุ่มเฟือย แต่ไม่ขัดสน ด้วยฝีมือความสามารถของตนเอง ซึ่งบางอย่างสวยงามมีศิลปะ ในอดีตนั้นวัสดุในการผลิตผ้าหามาเองโดยการปลูกบ้าง เอาจากที่มีอยู่ตามธรรมชาติบ้าง โดยผ่านกระบวน การต่างๆ จนเป็นเครื่องนุ่ง ห่มล้วนหามาเอง ทำขึ้นเองทั้งสิ้น เช่น ฝ้าย เริ่มตั้งแต่การปลูก จนถึงขั้นทอเป็นผ้า ล้วนแต่ทำเอง ในปัจจุบันนี้มีโรงงานที่ทันสมัยที่ผลิตวัสดุที่จะทำเครื่องนุ่งห่มแล้ว ราคาไม่แพง สี ลวดลาย แบบ มีให้เลือกมากมาย
                                             
การแต่งกาย ของชาวผู้ไทย นิยมนุ่งซิ่น ซึ่งลักษณะเด่นของซิ่นผู้ไทย คือ การทอและลวดลายเช่น ทอเป็นลายนาคเล็กๆ นอกจากนี้มีลายอื่น ๆ เช่น หมี่ปลา หมี่กระจัง หมี่ข้อ ทำเป็นหมี่คั่น ไม่ได้ทอเป็นผ้าหมี่ทั้งผืนมีลายต่าง ๆ มาคั่นไว้สีที่นิยม คือ สีเขียว สีน้ำเงิน สีแดง สีม่วง พื้นมักใช้สีเปลือกอ้อย นอกจากนี้ยังพบผ้ามัดหมี่ฝ้าย ขาวสลับดำ ในกลุ่มผู้ไทยด้วย ส่วนเสื้อ นิยมทำเป็นเสื้อแขนกระบอก ๓ ส่วน ติดกระดุมธรรมดา กระดุมเงิน หรือเหรียญสตางค์ เช่น เหรียญสตางค์ห้า สตางค์สิบ มาติดเรียงเป็นแถว นิยมใช้ผ้าย้อมครามเข้ม ในราว พ.ศ.๒๔๘๐ ได้มีผู้นำขลิบแดงติดที่เสื้อ เช่น ที่คอ สาบเสื้อ ปลายแขน เพื่อใช้กับฟ้อนผู้ไทยสกลนคร และใช้กันมาจนทุกวันนี้ เครื่องประดับ สรวมสร้อยคอ สร้อยข้อมือ ข้อเท้า (ก้องแขน-ก้องขา) ด้วยโลหะเงิน เกล้าผมเป็นมวยสูงตั้งตรง ในสมัยโบราณใช้ผ้ามน หรือแพรมนทำเป็นผ้าสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ม้วนผูกมวยผม อวดลวดลายผ้าด้านหลัง ในปัจจุบันใช้ผ้าแถบขนาดเล็ก ๆ สีแดงผูกแทนแพรมน การแต่งกายปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปมาก จนไม่มีคนแต่งกายแบบดั้งเดิมตามบ้านให้เห็นแล้ว ยกเว้นจะมีพิธีกรรมบางอย่าง เช่น เวลาจะเหยาเลี้ยงผี หรือกรณีพิเศษ เช่น การฟ้อนผู้ไทย ทุกวันนี้พากันแต่งกายตามสมัยนิยมกันแล้ว ผู้หญิงหันมานุ่งกางเกง เพราะว่าทะมัดทะแมงดี หาง่าย ซื้อสำเร็จรูปมาใช้ได้เลย มีหลากสีหลากทรง

ผ้าห่ม(จ่อง) ผ้าห่มผืนเล็ก ๆ เป็นวัฒนธรรมของกลุ่มพื้นเมืองอีสาน ใช้สำหรับห่มแทนเสื้อกันหนาว ใช้คลุมไหล่ เช่นเดียวกับกลุ่มไทลาวที่นิยมใช้ผ้าขาวม้าพาดไหล่ ผ้าห่มของกลุ่มชนต่างๆ ในเวลาต่อ มาทำให้มีขนาดเล็กลง ทำเป็นผ้าสไบ และเป็นส่วนประดับแทนประโยชน์ใช้สอย เดิมคือห่มกันหนาว หรือปกติปิดร่างกายส่วนบนโดยการห่มทับเสื้อ นอกจากนี้ยังมีผ้าแพรวา ซึ่งมีแหล่งใหญ่ที่บ้านโพน อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ นับเป็นผ้าจ่องที่สวยงามหาชมได้ยากในปัจจุบันนอกจากผ้าจ่องแล้ว ชาวผู้ไทยยังมีลายผ้า ซึ่งใช้เป็นผ้ากั้นห้อง หรือใช้ห่มแทนเสื้อกันหนาว หรือต่อกลางสองผื่นเป็นผ้าห่มขนาดใหญ่พอสมควร 
                                             
วัสดุที่ใช้ในการทำเครื่องนุ่งห่ม วัสดุที่ใช้ทอผ้าก็มีฝ้ายเป็นหลัก และไหม สีย้อมผ้าก็เป็นที่ได้จากธรรมชาติ และสีที่ชาวผู้ไทยชอบใช้มากที่สุด คือ สีดำที่ได้จากต้นคราม การใช้ผ้าของชาวผู้ไทยในอดีตนั้นผ้าบางชนิดก็มีกาลเทศะในการใช้ เช่น ผ้าจ่องเป็นผ้าที่ทออย่างดี สีย้อมด้วยครั่ง จะใช้คลุม***บศพ (ผู้มั่งมี) ผ้าสี่เหาก็ใช้คลุม***บศพได้เช่นกัน เสื้อผ้าที่ตัดเย็บใหม่ๆ เรียกว่าส้งเอาบุญหรือ ชุดเอาบุญจะไม่ใส่เล่นจะเก็บไว้ใน***บอย่างดีพอมีงานบุญจะเอาออกมาใช้ โสร่งไหมเป็นผ้าชั้นดีหายาก จะมีเฉพาะผู้ที่มีเมียหรือแม่ที่เลี้ยงไหม หรือผู้ที่มีฐานะดีหน่อย สามารถนุ่งไปจีบสาวได้ เวลานั่งใกล้สาวจะถลกโสร่งขึ้นเลยเข่าอวดขาลาย สมัย ๖๐ ปีก่อน บ่าวใดมีขาลายผู้สาวจะรักมาก ส่วนผ้าขาวม้าเป็นผ้าอเนกประสงค์
                       
ความเชื่อเกี่ยวกับเครื่องนุ่งห่ม จะเห็นแต่ผ้าคลุม***บศพ เมื่อหามศพลงเรือนผ้าคลุม***บจะปลดออกไว้ใช้ต่อไป ก่อนจะนำมาใช้จะมีพิธีโยนผ้าก่อน ในปัจจุบันการโยนผ้าก็ยังปฏิบัติกันอยู่ และนอกจากนี้ประเพณีของชาวผู้ไทยเกี่ยวกับเครื่องนุ่งห่ม ๔ อย่างนี้ คือ ผ้าห่ม ที่นอน หมอน ผ้าขาวม้า หญิงสาวชาวผู้ไทยต้องจัดสร้างขึ้นมาไว้มากๆ เมื่อหนุ่มมาขอแล้วฝ่ายสาวต้องเร่ง ส้างเคิ้ง คือ สร้างเครื่องนุ่งห่มนั่นเอง ในปัจจุบันนี้ก็ยังยึดถือประเพณีนี้อยู่ เพียงแต่ว่าหญิงสาวทุกวันนี้ต้องเรียนหนังสือ หรือไปทำงานต่างถิ่นไม่มีเวลาทำ เมื่อใกล้จะแต่งงาน อาจจะให้ญาติๆ ช่วยทำ หรือซื้อสำเร็จรูป

ลักษณะทางสังคม ชาวผู้ไทยเป็นกลุ่มชนที่มีความขยัน อดออม และมีวัฒนธรรมในเรื่องการถักทอ เด่นชัด จึงปรากฏเสื้อผ้าชนิดต่างๆ ทั้งผ้าฝ้าย ไหม ในกลุ่มชาวผู้ไทย เช่น ผ้าแพรวา ในปัจจุบัน เป็นผ้าที่ผลิตยากใช้เวลานาน มีความสวยงาม จึงนับว่าชนกลุ่มนี้มีวัฒนธรรมเรื่องเสื้อผ้าเด่นชัดมาก โดยเฉพาะการทอผ้าซิ่นหมี่ ตีนต่อ เป็นตีนต่อขนาดกว้าง ๔-๕ นิ้ว (มือ) เรียกว่า ตีนเต๊าะเป็นที่นิยมในกลุ่มผู้ไทยทอเป็นหมี่สาด หมี่หม้อย้อมคราม จนเป็นสีครามแก่เกือบเป็นสีดำ ชาวบ้านมักเรียก ผ้าดำหรือซิ่นดำ

สร้างโดย: 
kp media

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 29 คน กำลังออนไลน์