ราชอาณาจักรใหม่ ราว 1539-1075 ปีก่อน ค.ศ.

 

          สำหรับสุสานฟาโรห์หนุ่มองค์นี้คือ คำสาป ที่นักบวชไอยคุปต์บรรจงสลักไว้ในสุสานของตุตันคาเมน “มรณะจักโบยบินมาสังหารสู่ผู้บังอาจรังควานสันติสุขแห่งพระองค์ฟาโรห์” ข้อความที่ขลังและเปี่ยมด้วยอาถรรพณ์นี้ ทำให้มีการตายอย่างน่าพิศวงซึ่งเชื่อกันว่าเกิดขึ้นเพราะฤทธิ์คำสาป

          ลอร์ด คาเนวอนก็เสียชีวิตขณะพักอยู่ที่โรงแรมในกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ ในเวลาเดียวกันที่บ้านของลอร์ด คาเนวอนที่ประเทศอังกฤษมีสุนัขอยู่หนึ่งตัวซึ่งลอร์ด คาเนวอนได้เลี้ยงไว้ สุนัขตัวนี้ได้ส่งเสียงเห่าหอนในตอนดึกเหมือนกับว่าได้รู้ว่าลอร์ด คาเนวอนเสียชีวิตลงแล้ว หนึ่งปีผ่านไป คนงานในคณะสำรวจของคาร์เตอร์เสียชีวิตลง หลังจากนั้น 6 ปีได้มีการเปิดหลุมศพอีกครั้งแต่ในครั้งนี้ได้มีคนตายอีกถึง 12 คน

     อัยย์ (ราชวงศ์ที่สิบแปด) 
          ฟาโรห์ไอย์ ปกครองอียิปต์อยู่เพียง 4 ปี แต่อำนาจที่แท้จริงกลับตกอยู่ในมือขุนนางฝ่ายทหารอีกคนคือ โฮเรมเฮบ ที่มีอำนาจชี้ขาดอยู่เบื้องหลังราชบัลลังก์ โฮเรมเฮบได้รับใช้ฟาโรห์ตั้งแต่อเมนโฮเทปที่ 3 อเคนาเตน และ ตุตันคามุนเมื่อไอย์สวรรคต โฮเรมเฮบจึงขึ้นครองราชย์และลบพระนามของไอย์ทั้งหมดทั่วราชอาณาจักร

          เมื่อฟาโรห์ตุตันคามุนสวรรคตโดยไม่มีผู้สืบสกุล จะมีเพียงราชินีอังเซนามุนซึ่งปราศจากอำนาจ เราทราบจากบันทึกโบราณว่านางผู้สิ้นหวังตัดสินใจเขียนจดหมายไปถึงกษัตริย์ฮิตไทต์ซึ่งเป็น มหาอำนาจในตุรกีและซีเรีย เพื่อให้ส่งพระโอรสมาเป็นคู่ครองของนาง ในตอนแรกกษัตริย์ ฮิตไทต์แปลกใจกับคำขอนี้มากและมองเห็นโอกาสทางลัดที่จะได้อาณาจักรอียิปต์มาอยู่ใต้อำนาจ จึงจัดการส่งเจ้าชายชื่อซานนันซาไปตาคำขอ แต่โชคร้ายเจ้าชายผู้นี้ถูกสังหารโดยฝ่ายอียิปต์แถบชายแดน อังเซนามุนที่ปราศจากทางเลือกจึงจำต้องอภิเษกกับไอย์ ข้าราชสำนักผู้ชรา อาจมีศักดิ์เป็นปู่ของนาง และกลายเป็นราชินีของไอย์ซึ่งขึ้นครองบัลลังก์เป็นฟาโรห์องค์ใหม่

     โฮเรมเฮบ 
          ฟาโรห์โฮเรมเฮบ(อังกฤษ:Horemheb) เป็นฟาโรห์ ต่อจากฟาโรห์ไอย์ โฮเรมเฮบสถาปนาตนเป็นฟาโรห์ทันทีหลังจากการสวรรคตก่อนจะทำลายสุสานและลบพระนามของไอย์ออกจากจารึกทั้งหมดราวกับต้องการทำลายหลักฐานทุกชิ้นที่บอกว่าเคยมีไอย์บนโลกนี้ กระนั้นปัญหาหลักในการครองราชย์ของโฮเรมเฮบคือเขาเป็นสามัญชนที่ปราศเลือดขัตติยะ การที่ได้อภิเษกกับน้องสาวของเนเฟอร์ติติก็ยังไม่พอจะลบปมด้อยดังกล่าว จึงทรงหันมาเอาจริงเอาจังกับการอวดอ้างฐานะฟาโรห์ของตนเป็นพิเศษ โฮเรมเฮบถึงกับพยายามประกาศว่าเขาคือผู้ปกครองต่อจากอเมนโฮเทปที่ 3โดยไม่เคยมีรัชสมัยของ อเคนาเตน สเมงห์คาเร ตุตันคามุนหรือ ไอย์ปรากฏอยู่เลย นอกจากนี้ยังสั่งรื้อเมืองอมาร์นาที่สร้างบูชาเทพอาเตนจนนครหลวงอันงดงามต้องเหลือแต่ซากปรักหักพังจมอยู่ใต้กองทราย ฟาโรห์โฮเรมเฮบครองราชย์นาน 30 ปี ทรงจัดการแผ่พระราชอำนาจออกไปยังชายแดน ปฏิสังขรวิหารหลายแห่ง และแต่งตั้งนายทหารขึ้นเป็นนักบวช เพื่อให้ดูแลเรื่องศาสนาอย่างใกล้ชิด โฮเรมเฮบเป็นฟาโรห์องค์แรกที่เริ่มเปิดฉากการทำสงครามกับชาวฮิตไทต์ในทางเหนือ โดยแต่งตั้งแม่ทัพพาราเมสซูเป็นผู้สืบราชสมบัติ ต่อมาพาราเมสซูได้ขึ้นครองราชย์เป็น รามเซสที่ 1 แห่งราชวงศ์ที่ 19

     ราชวงศ์ที่สิบเก้า
รามเสสที่หนึ่ง , เซติที่หนึ่ง , รามเสสที่สอง 
          ฟาโรห์รามเสสที่สอง (Ramesses II) หรือ รามเสสมหาราช (Ramesses The Great, Riʕmīsisu) ฟาโรห์องค์ที่สามแห่งราชวงศ์ที่สิบเก้า (Nineteenth dynasty) เป็นฟาโรห์องค์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อียิปต์ ครองราชย์อยู่ระหว่าง 1279 ก่อนคริสต์ศักราช ถึง 1213 ก่อนคริสต์ศักราช เป็นฟาโรห์องค์เดียวกับที่เชื่อว่า คือ ฟาโรห์ที่ถูกบันทึกไว้ในพระคัมภีร์ไบเบิ้ลเอกซ์โซดัส (Exodus) ที่ว่าถึงการอพยพทาสชาวยิวออกจากอาณาจักรอียิปต์ของโมเสส

          เป็นโอรสองค์โตของฟาโรห์เซติที่หนึ่ง ได้ขึ้นครองราชย์ในปี 1279 ก่อนคริสต์ศักราช หลังจากแย่งชิงอำนาจกันแย่งในหมู่พี่น้อง หลังจากขึ้นครองราชย์แล้ว พระองค์ได้ทรงสร้างเมืองใหญ่ขึ้นบนพื้นที่เดิมซึ่งเคยเป็นที่อยู่และสถานที่ประสูติของพระองค์ คือเมืองปิ-รามเซส และยังได้สร้างมหาวิหารที่มีรูปสลักแทนพระองค์ที่ยิ่งใหญ่ คือ อาบู ซิมเบล (Abu Simbel)

          ฟาโรห์รามเสสที่สอง ทรงครองราชย์นานถึง 67 ปี และสิ้นพระชนม์เมื่อพระชนมายุได้ 90 ปีเศษ ซึ่งเมื่อ 30 ปีแรกแห่งการครองราชย์มาถึง พระองค์ได้กระทำพิธีสถาปนาตัวเองเสมือนเทพเจ้า และทำให้สถานะของพระองค์เปลี่ยนไปเป็นสูงส่งยิ่งขึ้น

          หลังจากโมเสสนำพาทาสชาวยิวอพยพออกจากอียิปต์ ปัจจุบัน นักประวัติศาสตร์เชื่อว่า พระองค์ได้ให้พระโอรสองค์แรกที่เกิดกับพระนางเนเฟอร์ตารี่ (Nefertari) มเหสีเอก คือ อามุน-เฮอ-เคปิเชฟ (Amun-her-khepeshef แปลว่า อามุนและอาวุธในแขนขวา หรือ อามุนและอาวุธที่แข็งแรง) นำทัพไล่ติดตาม หาได้ใช่ตัวฟาโรห์เองไม่ เนื่องจากเป็นองค์รัชทายาทและเป็นผู้นำกองทัพ ซึ่งตรงนี้ตรงกับบันทึกในพระคัมภีร์เอกซ์โซดัส ว่า ฟาโรห์ได้เจอกับปาฏิหารย์จากพระเจ้าที่เนรมิตให้มีกองไฟกั้นกองทัพอียิปต์กับชาวยิวไว้ ที่ริมทะเลแดง และทะเลแดงได้ถูกแบ่งแยกออกเป็น 2 ซีก เมื่อชาวยิวอพยพไปหมดแล้ว กองทัพอียิปต์ได้ติดตามไปและถูกทะเลกลบหมดสิ้น ซึ่งความตอนนี้ ได้ถูกตีความว่า ทะเลแดง (Red Sea) แท้จริงแล้วคือ ทะเลวัชพืช (Reed Sea) ที่อยู่บริเวณตอนเหนือของอียิปต์ เป็นดงอ้อหรือกก เมื่อรถม้าของฟาโรห์ตามไปถึง ไม่สามารถนำรถม้าตามลงไปได้ อามุน-เฮอ-เคปิเชฟ ก็ได้ถูกทาสชาวยิวสังหาร ณ ที่ตรงนั้น ซึ่งในพระคัมภีร์ระบุว่า สิ้นพระชนม์เพราะพระหัตถ์ของพระเจ้า (ซึ่งตรงนี้อาจกลายเป็น มรณกรรมของบุตรหัวปี ของภัยพิบัติทั้ง 10 ในเอกซ์โซดัสก็เป็นได้)

          หลังจากนั้น พระองค์ได้โปรดให้เจาะภูเขาสร้างวิหารอาบู ซิมเบล ซึงใช้พระราชทรัพย์ไปมากจากนั้นก็เปิดฉากรบกับฮิตไทต์ในสมัยกษัตริย์มูวาตาลิสซึ่งพระองค์เกือบจะเสียชีวิตในการรบที่คาเดช (Battle of Kadesh) แต่ทหารของพระองค์เข้ามาช่วยไว้ได้ทัน เมื่อพระองค์สิ้นพระชนม์ ฟาโรห์องค์ต่อไปที่ได้ขึ้นครองราชย์ คือ เมอร์เนปตาห์ (Merneptah) ซึ่งเป็นหนึ่งในราชบุตรของพระองค์

     ราชวงศ์ที่ยี่สิบ
เซทนัคห์เต , รามเสสที่สาม , รามเสสที่สี่ , รามเสสที่ห้า , รามเสสที่หก , รามเสสที่เจ็ด , รามเสสที่แปด , รามเสสที่เก้า , รามเสสที่สิบ , รามเสสที่สิบเอ็ด

 

สร้างโดย: 
น.ส สุรอนงค์ โพธิวราพรรณ และครู

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 37 คน กำลังออนไลน์