ผู้มีชื่อเสียงในเเวดวงดนตรี

  ครูประเวช กุมุท 

          ครูประเวช กุมุท เกิดเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2466 ที่ตำบลคานหามอำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เริ่มการศึกษาระดับประถมศึกษาที่ โรงเรียนวัดคานหาม จึงได้เข้าศึกษาที่โรงเรียน ดำเนินศึกษา ถนนราชดำเนิน กรุงเทพมหานคร จนจบชั้น ม1จึงได้ย้ายไปศึกษาต่อจนจบชั้นสูงสุดที่โรงเรียนนาฎดุริยางค์ (วิทยาลัยนาฎศิลป์กรมศิลปากร) และศึกษาต่อจนจบเตรียม ธรรมศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาลตร์และการเมือง
ครูประเวชกุมุท ได้ชื่อว่าเป็นคนเรียนดนตรีได้ว่องไว มีความจำ และมีฝีมือดี มาตั้งแต่ยังเรียนชั้นประถมศึกษา ครูเริ่มเรียนขับร้องเพลงไทย และเพลงพื้นบ้านจากบิดาซึ่งเป็นครูคนแรก ตั้งแต่อายุ 6 ขวบ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ ครูมีพื้นฐานทางดนตรีที่ดีตลอดมา   ครูอายุ 12 ปี ก็สามารถสีซอด้วง ซออู้และ ตีขิมได้อย่างไพเราะ จนกระทั่งเข้าเรียน ที่โรงเรียนนาฎดุริยางค์ กรมศิลปากร

          เมื่ออายุ 14 ปี ได้รับถ่ายทอดวิชาดนตรีเครื่องสายจาก ครูมี พูลเจริญ ครูโสภณ ซื่อต่อชาติ 

          เมื่อครูอายุ 17 ปี ได้เรียนวิชาเครื่องสายไทยจาก ครูปลั่ง วนเขจร และเรียนจะเข้กับ นางสนิท บรรเลงการ (ครูละเมียด จิตตเสวี) และเรียนซอสามสายจากครูอนันต์ ดูรยชีวิน บุตรชายของคุณพ่อหลวงไพเราะเสียงซอ จนในที่สุด ครูก็สามารถรับวิชาการและเทคนิคการสีซอทุกรูปแบบ และถ่ายทอดเพลงเดี่ยว นานาชนิดจากคุณพ่อหลวงไพเราะ เสียงซอ จนจบสิ้น นับเป็นสุดยอดของวงการเครื่องสายไทยทีเดียว แม้แต่ในวงปี่พาทย์ ครูก็สามารถบรรเลงได้รอบวงอีกด้วย     นอกจากนั้นทางด้านการขับร้อง ครูก็ได้รับการถ่ายทอดวิชาการขับเสภา
การขับร้อง จากครูเหนี่ยว ดุริยะพันธ์ และครูแช่มช้อย ดุริยะพันธ์

          ในชีวิตราชการของครูประเวช กุมุท  ครูเริ่มรับราชการในวิทยาลัยนาฎศิลป์ กรมศิลปากร ตั้งแต่ 2486-2490 จึงโอนย้ายไปสังกัดแผนกดุริยางค์ไทย กองการสังคีต กรมศิลปากร และลาออกจากกรมศิลปากรในปี 2507 แล้วเข้าทำงานที่ธนาคารไทยพาณิชย์ เป็นผู้ฝึกสอน และหัวหน้าวงดนตรีไทยของธนาคารไทยพาณิชย์   พุทธศักราช 2515 ครูได้รับเลือกเป็น
สมาชิกสมัชชาแห่งชาติในฐานะผู้เชี่ยวชาญทางด้าน ศิลปการแสดงดนตรีไทย ในปี 2522 ครูกลับเข้ารับราชการอีกครั้งในฐานะผู้เชี่ยวชาญดนตรีไทย ประจำที่วิทยาลัยนาฎศิลป์ จังหวัดเชียงใหม่  จนถึงปี 2525 จึงได้ลาออก และได้รับเชิญจาก คุณคทาวุธ อินทรทูต ผู้อำนวยการฝ่ายสาขา  ของธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ จำกัด สำนักงานใหญ่เข้าทำงานเป็น พนักงานประจำ จนเกษียรอายุในปี 2529  ทำหน้าที่สอนพิเศษ และที่ปรึกษาของชมรมดนตรีไทย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ตลอดมา

ผลงานทางด้านศิลปะแขนงต่างๆ

          1.ประพันธ์บทละครเรื่องเอกราชสุโขทัย ประกวดได้รับรางวัลที่1

          2.ประพันธ์บทละครรำ เรื่องรถเสน ตอนชนไก่แสดงที่โรงละครแห่งชาติ

          3.ประพันธ์บทละครวิทยุเรื่องประวัติศาสตร์กรุงศรีอยุธยา เพื่อออกอากาศทางวิทยุ กรมประชาสัมพันธ์ หลายสิบตอนติดต่อกัน

4.แต่งแพลงแขกเล่นกล(เถา) ในปี พ.ศ.2524 โดยขยายจากทำนองสองชั้นเพลง เขมรเป่าใบไม้ และใช้บทร้องจากพระราชนิพนธ์เรื่องพระร่วงมอบให้วงดนตรีไทย ธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ

5.ประดิษฐ์ขิมแผ่น ซึ่งทำด้วยอลุมิเนียมจนสามารถเป็นที่นิยมบรรเลงร่วมกับวงเครื่องสายจนถึงปัจจุบัน

          ครูประเวช กุมุทได้ฝากผลงานบันทึกเสียงและแผ่นเสียงทั้งในฐานะนักร้องและในฐานะนักดนตรีไว้เป็นอันมาก อาทิเช่น ร้องเพลงเชิดจีนร่วมกับ ครูอุษา สุคันธมาลัย เพลงโสมส่องแสง สามชั้น เพลงเขมรละออองค์ เถา เพลงเห่เรือแบบต่างๆ เพลงลาวเสี่ยงเทียน เถา เพลงพระอาทิตย์ชิงดวง เพลงลาวครวญ เพลงลาวดวงเดือน เพลงม้าย่อง ขับเสภาร่วมกับครูเหนี่ยว ดุริยะพันธ์ เพลงตับเรื่องกากี เพลงนกขมิ้น โดยมีครูเทียบ คงลายทอง เป็นผู้เดี่ยวขลุ่ย ทั้งหมดนั้นเป็นผลงานการบันทึกแผ่นเสียงของครู ในฐานะนักคนตรี ครูได้บันทึกแผ่นเสียงไว้หลายเพลง
เช่น เดี่ยวซอสามสาย เพลงบุหลันลอยเลื่อน และเพลงทะแย แผ่นกรมศิลปากร เดี่ยวซอด้วง เพลงอาถรรพ์ สองชั้น แผ่นเสียงตรามงกฏ สีซอด้วงในวงเครื่องสาย เพลงชุดตับจูล่ง ขับร้องโดย ครูเหนี่ยว ดุริยะพันธ์ แผ่นเสียง ตราน ฯลฯ
ครูได้ก่อตั้งวงดนตรีไทยไว้ดังนี้คือ คณะกุมุทวาทิต คณะเวชชศิลป์ และคณะจิตตเสวี เพื่อออกอากาศทางวิทยุกระจายเสียง และก่อตั้งวงดนตรีคณะ ศิษย์หลวงไพเราะเสียงซอ ร่วมกับพนักงานธนาคาร กรุงเทพฯพาณิชย์การเป็นวงสุดท้ายในปี พ.ศ. 2532 คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ิได้ประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติให้ครูประเวช กุมุท เป็นศิลปินแห่งชาติ
สาขาศิลปะการแสดง(ดนตรีไทย) เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2532   เข้ารับพระราชทาน โล่ และเข็มเชิดชูเกียรติจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐานพระราชวังดุสิต
ครูประเวช กุมุท อุทิศร่างกายให้กับโรงพยาบาลสวนดอก จังหวัดเชียงใหม่ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531 รับพระราชทานรดน้ำศพใน วันอาทิตย์ที่ 13 มิถุนายน เวลา 17.00 น. ณ. วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร และมอบร่างกายครู ให้กับโรงพยาบาล เพื่อเป็นอาจารย์ใหญ่ แด่นักศึกษาแพทย์ ไว้ศึกษาต่อไป

 


 

สร้างโดย: 
น.ส. อนันตพร โอตตัปปะวงศ์ เเละ อ.เพ็ญศรี รอดจากภัย โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 30 คน กำลังออนไลน์