เงื่อนไขและคำสั่งวนซ้ำ


3. กลุ่มคำสั่ง Condition
การเขียนโปรแกรมแบบมีทางเลือก หรือ Condition นั้นสามารถทำให้โปรแกรมสามารถเลือกตัดสินใจหรือเปรียบเทียบ และเลือกดำเนินการไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง จากสองทิศทาง ขึ้นอยู่กับผลที่ได้จากการเปรียบเทียบค่านั้น ๆ
ซึ่งกลุ่มคำสั่งที่ใช้กำหนดเงื่อนไขในการทำงาน โดยทำงานเมื่อเงื่อนไขที่ ใช้ควบคุม เป็นจริง คำสั่งกลุ่มนี้ได้แก่ If … Then … Else และ Select Case … End Select เป็นต้น


3.1 if then
ฟังก์ชัน if เป็นการสร้างทางเลือกโดยการตรวจสอบเงื่อนไข ถ้าเงื่อนไขที่กำหนดไว้เป็นจริงให้ประมวลผลตามคำสั่งที่กำหนดไว้

รูปแบบฟังก์ชั่น if ผังงาน
if (condition)
{
statement;
}

ภาพที่ 3.1 ผังงานของเงื่อนไข if แบบทางเลือกเดียว

ตัวอย่างโปรแกรม if ผลของโปรแกรม
if(5 > 4)
{
printf("5 is bigger than 4");
}
5 is bigger than 4


3.2 if else
ฟังก์ชัน if…else (เงื่อนไขสองทางเลือก) เป็นการสร้างทางเลือก โดยการตรวจสอบเงื่อนไข
1. ถ้าเงื่อนไขที่กำหนดไว้เป็นจริง ให้ประมวลผลตามคำสั่งที่ต้องการหลังคำสั่ง if หรือ
2. หากเงื่อนไขที่ได้เป็นเท็จก็ให้ประมวลผลหลังคำสั่ง else ตามคำสั่งที่กำหนดไว้
รูปแบบฟังก์ชัน if…else

รูปแบบฟังก์ชั่น
if-else
ผังงาน
if (condition)
{
statement;
}else{
statement;
}

ตัวอย่างโปรแกรม if-else ผลของโปรแกรม
if(5 == 4)
{
printf("5 is equal to 4");
}else{
printf("5 is not equal to 4");
}
5 is not equal to 4


3.3 if then else if
ฟังก์ชัน if – else - if (เงื่อนไขหลายทางเลือก) เป็นการสร้างทางเลือกโดยการตรวจสอบเงื่อนไขถ้ามีทางเลือกหลายทาง
1. ถ้าเงื่อนไขที่กำหนดไว้เป็นจริงให้ประมวลผลตามคำสั่งที่ต้องการหลังคำสั่ง if
2. ถ้าไม่ตรงกับเงื่อนไขที่กำหนดไว้ จะทำการตรวจสอบเงื่อนไขอื่นต่อไป
3. หลังคำสั่ง else if เมื่อเงื่อนไขตรงกับที่
กำหนดไว้ จะประมวลผลในคำสั่งนั้น หรือหากเงื่อนไขที่ได้เป็นเท็จ ให้ประมวลผลหลังคำสั่ง else ตามคำสั่งที่กำหนดไว้

รูปแบบฟังก์ชั่น f-else-if ผังงาน
if (condition) {
statement;
} else if (condition) {
statement;
} else {
statement;
}

ภาพที่ 3.1 ผังงานของเงื่อนไข if แบบทางเลือกเดียว

ตัวอย่างโปรแกรม if-else-if ผลของโปรแกรม
if (5 > 4) {
echo "a is bigger than b";
} elseif (5 == 4) {
echo "a is equal to b";
} else {
echo "a is smaller than b";
}
a is bigger than b


3.4 switch case
ฟังก์ชัน switch (ทางเลือกหลายทาง) เป็นการสร้างทางเลือกหลาย ๆ ทาง โดยการตรวจสอบค่าของตัวแปรว่ามีค่าตรงกับเงื่อนไข หรือ case ใด จะประมวลผลตาม case นั้นๆ แต่ถ้าไม่ตรงกับ case ใดๆ เลย จะทำงานในช่วง default ซึ่งค่าที่ใช้ในการตรวจ สอบ หรือเปรียบเทียบ จะไม่สามารถใช้ค่าประมาณการ หรือ มากกว่า น้อยกว่าเหมือนกับฟังก์ชั่น if แต่จะใช้ค่าคงที่ที่เป็น ตัวอักษร หรือ ตัวเลข ในการเปรียบเทียบเงื่อนไข
ฟังก์ชัน switch (ทางเลือกหลายทาง)

รูปแบบฟังก์ชั่น switch ผังงาน
switch (variable){
case n1 :
statement;
break;
case nn :
statement;
break;
default :
statement;
break;
}

ภาพที่ 3.4 ผังงานของเงื่อนไข if แบบทางเลือกเดียว

ตัวอย่างโปรแกรม switch-case ผลของโปรแกรม
switch(grade) {
case 4 : gradeString = "A";
case 3 : gradeString = "B";
case 2 : gradeString = "C";
case 1 : gradeString = "D";
case 0 : gradeString = "F";
default : gradeString = "Incorrect number";
}
3
B

สร้างโดย: 
ชัยฤทธิ์ ตอนปัญญา

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 30 คน กำลังออนไลน์