ปฐมเหตุเวสสันดรชาดก

...
 
...
ปฐมเหตุ เวสสันดรชาดก
...

ที่มารูปภาพ : http://www.lannaworld.com/cgi/lannaboard/pict/ID_60795.jpg

พระพุทธองค์เจ้าสมัยเมื่อเสด็จละจากมหาวิหารเวฬุวันใกล้กรุงราชคฤห์ อันเป็นราชธานีแห่งมคธสู่นครกบิลพัสดุ์ แขวงสักกชนบทเพื่อบำเพ็ญญาตัตถจริยาโปรดพระญาติ มีพระเจ้าสุทโธทนะพุทธบิดาเป็นประธาน อันพระกาฬุทายีเป็นผู้สื่อสารและนำเสด็จทรงประทับยังนิโครธาราม ไม่ห่างจากมหานคร ตามที่ศากยราชจัดถวายต้อนรับพร้อมด้วยหมู่ภิกษุบริวารเป็นอันมาก (๑ แสน) ยังมีความยินดีให้แผ่ไปทั่วทั้งกบิลพัสดุ์ ในกาลนั้นความมหัศจรรย์ได้บังเกิดขึ้นเป็นเหตุให้ทรงประกาศเรื่องเวสสันดรชาดก

โดยปกติพระตถาคตเจ้าเสด็จสู่ ณ ที่ใดก็ย่อมเกิดความสุขสวัสดี ณ ที่นั้น เพราะอานุภาพแห่งคำสั่งสอนที่ตรัสประทานด้วยพระมหากรุณา อุปมาเสมือนมหาเมฆหลั่งโปรยสายฝนอันเย็นฉ่ำลงมายังโลก ยังความอ้าวระอุของไอแดด ไอดินให้ระงับ ชุบชีพพฤกษชาติที่เหี่ยวเฉา ให้ฟื้นสู่ความชื่นบานตระการด้วยดอกช่อและก้านใบฉะนั้น แต่สำหรับกบิลพัสดุ์ดินแดนที่ทรงถือพระกำเนิดและเจริญวัยมา มวลพระญาติและราษฎร์ประชา หาได้ยินดีต่อพุทธวิสัยธรรมมานุภาพไม่

พระองค์ทรงอุบัติมาเป็นความหวังของคนทั้งแว่นแคว้น ทุกคนพากันรอคอยอย่างกระหาย ใคร่จะชมพระบารมีจักรพรรดิราช แต่แล้วท่ามกลางความไม่นึกฝันทรงอยู่ในพระเยาวกาลเกศายังดำสนิท ไม่ปรากฏร่วงโรยแห่งสังขารแม้สักน้อย ทั้งสมบูรณ์พูนพร้อมทุกอย่าง เท่าที่สมบัติประจำวิสัยบุรุษจะพึงมี พระชายาทรงสิริโฉมเป็นเลิศ ซ้ำเป็นโชคอันประเสริฐให้กำเนิดโอรสอันเป็นสิริแห่งวงศ์ตระกูลอีกเล่า พระองค์ก็ยังติดเยื่อใยแห่งโลกีย์ เสด็จแหวกวงล้อมเหล่านี้ออกสู่ไพรพฤษ์ประพฤติองค์ปานประหนึ่งพเนจรอนาถา สร้างความผิดหวังและวิปโยคแก่คนทั้งแคว้นเป็นเวลานานปี ๖ ปีทรงกระทำงานชีวิต และสำเร็จกิจโดยได้บรรลุอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ จากนั้นก็ทรงใช้ไปเพื่องานสงเคราะห์สัตว์โลก เสด็จเที่ยวแจกจ่ายอุบายพ้นทุกข์ด้วยเทศนาสั่งสอน จนชาวโลกยอมรับและเทิดทูนไว้ในฐานะองค์ศาสดาเอก บัดนี้พระพุทธองค์เสด็จกลับคืนกบิลพัสดุ์แล้ว แต่ชาวกบิลพัสดุ์มิได้ต้อนรับในฐานะศาสดา เขาพากันปิติต่อพระองค์ในฐานะที่เคยเป็นขวัญจิตขวัญใจของเขาต่างหาก

 

ที่มารูปภาพ : http://i253.photobucket.com/albums/hh79/venfaa_2/lumbini/p46.jpg

วันแรกที่เสด็จถึงดินแดนแห่งมารดร ทรงเห็นว่ายังไม่ใช่โอกาสที่จะประทานธรรมเทศนาแก่หมู่พระญาติ เพราะวันนี้เป็นวันที่วิถีประสาทและจิตใจตลอดทั้งร่างกายและเหล่าศากยะเต็มไปด้วยอาการปิติตื่นเต้น และอิดโรยด้วยความยินดีและภารกิจ ไม่อยู่ในสภาพที่ควรแก่การรองรับกระแสธรรม ทรงรอวันรุ่ง แต่แล้วในตอนบ่ายของวันถัดมา เมื่อบรรดาศากยราชญาติบางส่วนยังไม่อยู่ในฐานะควรแก่การรับคำสั่งสอนเพราะมีพระญาติวงศ์รุ่นสู.ชันษาบางพระองค์แสดงอาการทระนงเป็นเชิงว่า “ข้าเกิดก่อนเจ้าชายสิทธัตถะ” จะแสดงความคารวะนบไหว้หรือสนพระทัยต่อพระพุทโธวาทก็เกรงจะเสียเชิงของผู้เห็นโลกมาก่อน จึงพากันประทับอยู่ห่างๆ ด้วยพระอาการเคอะเขิน หลบๆ ซ่อนๆ อยู่ตามซุ้มไม้และฉากกั้น ปล่อยแต่บรรดากุมารีรุ่นเยาว์ชันษา ให้ได้เฝ้าอย่างใกล้ชิด พระอาการอันกระด้างเคอะเขินของพระญาติรุ่นสูงอายุนั้น พระพุทธองค์ทรงสังเกตว่าเกิดจากมูลเหตุอันจะจำเริญแก่ดวงจิตนั้น ก็คือ ทิฐิมานะ ความเห็นอันเป็นเหตุให้ถือตน ถ้าลงจับจิตสิงใจผู้ใดเข้าแล้ว ก็รังแต่จะทำให้สภาพจิตวิปริตไป เสมือนรากต้นไม้ที่เป็นโรค แม้ฝนจะฉ่ำน้ำจะโชก แผ่นดินจะฟูอยู่ด้วยรสปุ๋ย รากที่ปิดต้นแล้วด้วยอำนาจเชื้อโรค ก็ไม่ยอมดูดซับเอาโอชะเข้าบำรุงต้น ต้องเกรียนโกร๋นยืนตายไปในที่สุดฉันใด อนาคตของคนที่มีจิตมากอยู่ด้วยมานะทิฐิก็ฉันนั้น

  

สร้างโดย: 
นางสาวดวงพร แซ่ลิ้ม / ครูรัตนาภรณ์ ทองอยู่

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 31 คน กำลังออนไลน์