ภูหินร่องกล้า

อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า

 

 

 ที่มาภาพ http://www.moohin.com/trips/loei/phuhinrongkla/180/big.jpg              

         ภูหินร่องกล้าเป็นพื้นที่อันเป็นแหล่งกำเนิดของประวัติศาสตร์การสู้รบอันยาวนาน เป็นวีรกรรมของนักรบไทย ความขัดแย้งของลัทธิและแนวความคิดที่นำไปสู่ความสูญเสีย เลือด ชีวิตและน้ำตา ภาพประวัติศาสตร์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ณ ที่นี้  ตลอดจนสภาพสิ่งก่อสร้างในอดีตได้ถูกบันทึกและเก็บรักษาไว้ เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้ทำการศึกษาถึงผลของการใช้กำลังเข้าประหัตประหาร และได้ระลึกถึงความสูญเสียที่ประเมินค่ามิได้ อันเนื่องมาจากความขัดแย้งทางการเมือง ความแตกแยก และความสามัคคีของคนในชาติ  อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า มีเนื้อที่ประมาณ 307 ตารางกิโลเมตร หรือ 191,875 ไร่

               เมื่อปี พ.ศ. 2511 - 2515  เทือกเขาหินร่องกล้าแห่งนี้เคยเป็นฐานที่มั่นใหญ่ของการเผยแพร่ลัทธิคอมมิวนิสต์ ทำให้เกิดปัญหาความมั่นคงทางการเมืองขึ้น  ในกลางปี พ.ศ. 2525  ทางราชการทหารจึงได้เปิดยุทธการภูขวาง  โดยจัดกองพลผสมจากกองทัพภาคที่ 1 , 2 , 3  กรมการบินศูนย์สงครามพิเศษ ทหารเรือ ทหารอากาศ ตำรวจ และพลเรือน เข้าปฏิบัติการยึดภูหินร่องกล้า แต่ไม่สำเร็จเพราะสภาพพื้นที่ไม่อำนวย  เนื่องจากภูหินร่องกล้าตั้งอยู่กลางเทือกเขาสูงชันและสลับซับซ้อน อีกทั้งยังเป็นป่ารกทึบ   

   

ที่มาภาพ http://www.moohin.com/trips/loei/phuhinrongkla/300/1-(25).jpg

          ต่อมากองบัญชาการทหารบกได้เปลี่ยนแผนยุทธการในการปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์  ซึ่งนำโดย พันเอกไพโรจน์  จันทร์อุไร ได้นำนโยบายใหม่เข้าปฏิบัติการจนประสบความสำเร็จได้รับชัยชนะ โดยไม่เสียเลือดเนื้อแม้แต่น้อย บรรดาชาวบ้านและมวลชนของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์  ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวเขาเผ่าม้ง (แม้ว) ได้กลับใจ เข้ามอบตัวกับทางราชการ  ส่วนแกนนำก็ได้ละทิ้งฐานที่มั่นไป   หลังจากนั้นพื้นที่แห่งนี้ก็ได้รับการพัฒนา โดยทำการตัดถนนผ่านใจกลางภูหินร่องกล้า และได้รับการพิจารณาจัดตั้งบริเวณภูหินร่องกล้าให้เป็นอุทยานแห่งชาติมาจนถึงทุกวันนี้ อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า มีจุดเด่นที่น่าสนใจมากมายครับ ไม่ว่าจะเป็นจุดเด่นทางประวัติศาสตร์ และจุดเด่นทางธรรมชาติ เรามาดูจุดเด่นทางประวัติศาสตร์ก่อน ซึ่งได้แก่ สถานที่ต่าง ๆ ที่อดีตผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์เคยใช้เป็นที่อยู่อาศัย เป็นที่ประกอบกิจกรรมต่างๆ ซึ่งสถานที่เหล่านี้ก็ได้รับการดูแลรักษาให้คงอยู่ในสภาพเดิมจนถึงปัจจุบัน  เช่น

               โรงเรียนการเมือง การทหาร  อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 6 กิโลเมตร มีสภาพเป็นป่ารกทึบหนาแน่นไปด้วยต้นไม้ใหญ่  ในอดีตเคยเป็นสถานที่สำหรับให้การศึกษาตามแนวทางของลัทธิคอมมิวนิสต์  บริเวณโรงเรียนการเมืองการทหาร  จะประกอบไปด้วยบ้านฝ่ายพลเรือน  ฝ่ายพลาธิการ ฝ่ายสื่อสาร และสถานพยาบาล  มีทั้งหมด 31 หลัง เป็นบ้านหลังเล็ก ๆ กระจายอยู่อย่างเป็นระเบียบ  ภายในบ้านแต่ละหลังจะมีแคร่สำหรับนอน มีโต๊ะสำหรับเขียนหนังสือทำด้วยไม้กระดานอย่างหยาบ ๆ บางหลังเริ่มผุพังเพราะถูกปล่อยให้ร้าง หลังจากมวลชนทำการมอบตัว นอกจากนี้บริเวณตอนกลางของโรงเรียนการเมืองการทหาร มีรถแทรกเตอร์จอดอยู่ 1 คัน ซึ่งผู้ก่อการร้ายคอมมิวตินสต์ ได้ทำการยึดมาจากบริษัทพิฆเนตร แล้วเผาทิ้งไว้

ที่มาภาพ http://www.moohin.com/trips/loei/phuhinrongkla/300/1-(27).jpg

          นอกจากแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์แล้ว อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติให้ศึกษาอีกมากมายครับ เนื่องจากสภาพภูมิประเทศที่ปกคลุมไปด้วยผืนป่า และสภาพภูมิอากาศที่หนาวเย็นตลอดทั้งปี ส่งผลให้เกิดปรากฎการณ์ธรรมชาติต่าง ๆ ที่แปลก และสวยงามมากมาย เช่น ลานหินแตก อยู่ห่างจากฐานพัชรินทร์ ประมาณ 300 เมตร ลักษณะเป็นรอยหินที่มีรอยแตกเป็นแนวเป็นร่องเหมือนแผ่นดินแยก รอยแตกนี้บางรอยก็มีขนาดแคบ แต่รากต้นหญ้าชอนไชไปได้ บางรอยก็กว้างพอคนก้าวข้ามได้และบางรอยก็กว้างมากจนไม่สามารถกระโดดข้ามได้  สำหรับความลึกของร่องหินแตกนั้นไม่สามารถจะคะเนได้ ลักษณะเช่นนี้สันนิษฐานว่าอาจจะเกิดจากการโก่งตัวหรือเคลื่อนตัวของผิวโลก จึงทำให้พื้นหินนั้นแตกเป็นแนว นอกจากนี้บริเวณหินแตกยังปกคลุมไปด้วยมอส ไลเคนส์ ตะไคร่ เฟิร์นและกล้วยไม้ชนิดต่างๆ ลานหินปุ่ม อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานฯ ประมาณ 4 กิโลเมตร  อยู่ริมหน้าผา ลักษณะเป็นลานหินผุดขึ้นเป็นปุ่มไล่เลี่ยกัน คาดว่าเกิดจากการสึกกร่อนตามธรรมชาติของหินทางเคมีและฟิสิกส์ ในอดีตบริเวณนี้ใช้เป็นที่พักฟื้นของคนไข้เนื่องจากอยู่บนหน้าผา จึงมีลมพัดเย็นสบายเหมาะแก่การนั่งพักผ่อน        ผาชูธง อยู่ห่างจากลานหินปุ่มประมาณ 500 เมตร เป็นหน้าผาสูงชัน สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ได้กว้างไกล โดยเฉพาะภาพวิวพระอาทิตย์ตกดินสวยงามไม่แพ้จุดชมวิว อื่นๆ  บริเวณนี้เคยเป็นสถานที่ที่ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ จะขึ้นไปชูธงแดง (ฆ้อนเคียว) ทุกครั้งที่รบชนะทหารของรัฐบาล แต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนเป็นธงชาติไทย น้ำตกร่มเกล้าภาราดร เป็นน้ำตกฝาแฝด 2 แห่ง ที่อยู่ติด ๆ กัน อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ บนถนนภูหินร่องกล้าประมาณ 4 กิโลเมตร ก่อนถึงโรงเรียนการเมือง การทหาร ประมาณ 1 กิโลเมตร  จากถนนสายใหญ่  จะต้องเดินตัดลงไปบนทางเท้าที่ทำขึ้นใหม่เป็นระยะทางประมาณ 800 เมตร ตัวน้ำตกไม่สูงมากนัก แต่สภาพแวดล้อมโดยรอบมีลักษณะเป็นป่าบริสุทธิ์ เขียวขจี งดงามมาก 

        น้ำตกแก่งลาด และ น้ำตกตาดฟ้า  ตั้งอยู่บริเวณเชิงภูหินร่องกล้า โดยแยกเลี้ยวซ้ายจากหมู่บ้านห้วยsน้ำไซต่อไปประมาณ 2 กิโลเมตร จะถึงที่ทำการพลังงานไฟฟ้าห้วยขมึน  อันเป็นที่ตั้งของน้ำตกแก่งลาด ขึ้นเขาต่อไปประมาณ 3-4 กิโลเมตรมีทางเดินแยกซ้ายลงไปน้ำตกตาดฟ้าหรือน้ำตกด่านกอซอง เป็นน้ำตกชั้นเดียวขนาดใหญ่ที่สวยงามมาก

 

สร้างโดย: 
อ.ปาลิดา สวนชัง เเละ น.ส. ณัฐกานด์ พูนเพิ่มทรัพย์

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 21 คน กำลังออนไลน์