ตอนที่ 14 ศึกสุริยาภพ บรรลัยจักรและนนยุพักตร์,ศึกท้าวไวยตาล,พระรามปูนบำเหน็จ,ปีศาจนางอาดูล

          เมื่อท้าวจักรวรรดิ์รู้ว่าพระสัตรุตฟื้นขึ้น ก็ให้สุริยาภพออกมารบอีก พระพรตและพระสัตรุตออกรบ สุริยาภพต้องศรพรหมมาสตร์ตาย
ท้าวจักรวรรดิ์ ให้โอรสอีกคนหนึ่งชื่อ บรรลัยจักรไปรบแต่สู้ไม่ได้ เมื่อพลบค่ำจึงขอหย่าศึกแล้วจะไปรบในวัยรุ่งขึ้น เมื่อเข้าเมืองแล้ว ได้ทูลท้าวจักรวรรดิ์ว่าศัตรูมีกำลังเข้มแข็งและมีฤทธิ์ไม่ควรประมาท จึงจะไปชุบศรเหราพตที่เนินเขาจักรวาล ท้าวจักรวรรดิ์เห็นดีด้วย ได้ให้ยักษ์ชื่อกระบิล ยกทัพไปขัดตาทัพไว้ก่อน พระพรตให้นิลพัทออกรบ ต่อมาได้ฆ่ากระบิลตาย พร้อมกันนี้พระพรตได้สั่งให้องคตกับอสุรฟัด ไปทำลายพิธีชุบศรเหราพตของบรรลัยจักร บรรลัยจักรบอกว่าถึงแม้จะชุบศรไม่สำเร็จก็จะขอออกรบ พระพรตกับพระสัตรุตออกรบกับบรรลัยจักร บรรลัยจักรเอาจักรกรดเมฆฏสูรขว้างไป เกิดเป็นหมอกควันบังดวงอาทิตย์ แล้วได้แผลงศรเหราพตเป็นจระเข้พันหัวพ่นพิษรัดกายพระสัตรุตแล้วพาไปฝากไว้กับราหู พิเภกทูลพระพรตว่าเป็นเพราะจักรกรดเมฆสูรของบรรลัยจักร ให้แผลงศรพรหมมาสตร์ไป เมื่อฟ้าสว่างแล้วไม่เห็นพระสัตรุต ก็ให้สุครีพ หนุมาน องคต นิลพัท ไปตามชิงตัวกลับมา เมื่อทั้งสี่ตามไปพบราหู จึงต่อสู้กัน ชิงตัวพระสัตรุตกลับมาได้    ส่วนราหูหนีเข้าเมือง แต่ถูกบรรลัยจักรสั่งให้ตัดหัวเสียบประจาน เพื่อไม่ให้ยักษ์อื่น ๆ เอาเยี่ยงอย่าง
รุ่งขึ้นบรรลัยจักรออกรบอีก ต้องศรพรหมมาสตร์ของพระพรตตาย ท้าวจักรวรรดิ์เสียใจและแค้นใจมาก ยกทัพออกไปรบเอง ไม่แพ้ไม่ชนะ จนพลบค่ำจึงขอหย่าศึก
          ฝ่ายนนยุพักตร์น้องของบรรลัยจักร ซึ่งลาท้าวจักรวรรดิ์ไปบำเพ็ญตบะในป่า เพื่อขอประทานเทพอาวุธจากพระอิศวร พระพรหม และพระนารายณ์ แต่ยังไม่สำเร็จ  เกิดความร้อนรุ่ม จึงคิดว่าคงจะเกิดเหตุก็กลับไปเมืองมลิวัน เมื่อรู้ข่าวพี่ชายก็เสียใจและโกรธแค้น อาสาออกรบ พระพรตให้พระสัตรุต ออกมารบ ระหว่างรบกันนนยุพักตร์ต้องศรพรหมมาสตร์ตาย

 

ศึกท้าวไวยตาล

 

          ท้าวจักรวรรดิ์แค้นมาก ยกทัพออกมารบเป็นครั้งที่สอง แต่ไม่แพ้ไม่ชนะ จนค่ำจึงกลับเข้าเมือง แล้วคิดได้ว่ายังมีเพื่อนชื่อท้าวไวยตาล เจ้าเมืองกุรุราชที่มีศาสตราวุธพิเศษ จึงให้เสนาถือสาสน์ไปเชิญมารบ ท้าวไวยตาลได้มาช่วยท้าวจักรวรรดิ์รบกับทัพของพระพรตและพระสัตรุต เมื่อท้าวไวยตาลเพลี่ยงพล้ำก็คิดว่าศัตรูมีกำลังกล้าแข็ง ควรจะไปทำพิธีบูชากระบองให้เกิดมีฤทธิ์ แล้วจึงขอหย่าศึกกลับเข้าเมือง ท้าวจักรวรรดิ์เมื่อรู้ว่า ท้าวไวยตาลจะไปทำพิธีชุบกระบอง ก็ให้เพตราไปขัดตาทัพไว้ก่อน พิเภกทูลพระพรตว่า ทัพที่ยกมาไม่ไช่ไวยตาล เพราะไวยตาลกลับไปบาดาลเพื่อทำพิธีชุบกระบองตาล ให้ชี้ทางต้นตาย ชี้ทางปลายเป็นและไม่ตาย พระพรตได้สั่งให้องคตไปรบกับเพตราส่วนนิลพัท ให้ไปทำลายพิธี นิลพัทได้ขอเอาอสุรผัดไปด้วย เมื่อนิลพัทและอสุรฟัดไปถึงก็หายตัวเข้าไป แล้วนิลพัทแปลงตัวเป็นพระกาฬ เข้าสู้รบกับไวยตาลที่กำลังทำพิธี จนเสียพิธี ก็พากันกลับมาดักรออยู่ที่ทางเข้าเมือง นิลพัทแปลงเป็นยักษ์นั่งอยู่ข้างทาง แล้วให้อสุรผัดคอยเฝ้าดูอยู่ห่าง ๆ เมื่อไวยตาลยกทัพกลับมาพบเข้า นิลพัทแกล้งทูลว่า ตนเป็นทหารอยู่ลงกาถูกทารุณจนอยู่ไม่ได้ ต้องลงมาขอพึ่ง ไวยตาลเชื่อพาเข้าเมือง ระหว่างทางได้กลายร่างเดิมเข้าต่อสู้กับไวยตาล อสุรผัดเข้าช่วยรบด้วย จนฆ่าไวยตาลตายแย่งกระบองไปได้ ส่วนองคตก็ฆ่าเพตราตาย ท้าวจักรวรรดิ์รู้ข่าวก็เสียใจและโกรธแค้น ยกทัพมารบเองเป็นครั้งที่สามกับพระพรต ไม่แพ้ไม่ชนะ จนค่ำจึงหย่าศึกกลับเข้าเมือง รุ่งขึ้นท้าวจักรวรรดิ์ยกทัพออกมารบกับทัพของพระพรตอีก แล้วต้องศรพรหมมาสตร์แต่ยังไม่ตาย เกิดสำนึกผิดขอโทษพระพรตและพระสัตรุต พร้อมทั้งสั่งกับเสนายักษ์ชื่อสุพินสัน ให้ไปบอกนางวัชนีสูรว่า เมื่อตายแล้วให้มอบเมืองมลิวันและนางรัตนมาลีบุตรสาวแก่พระพรต นางวัชนีสูรได้ทำตามที่ไวยตาลสั่ง พระพรตให้ญาติของไวยตาลครองเมือง แล้วจึงเสด็จกลับศรีอยุธยา

 

พระรามปูนบำเหน็จ

          พระรามได้ให้รางวัลทุกคนที่ออกรบครั้งนี้ โดยให้หนุมานไปครองกรุงมลิวัน นิลพัทเป็นพระยาอภัยพัทธพงศา อสุรผัดเป็นพระยามาร นุราชอุปราชลงกา ยามลิวันเป็นพระยาวันยุพักตร์ ครองกรุงกุรุราช กันยุเวกเป็นพระยากันนุชิต ครองเมืองจักรวาล เปาวนาสูรให้กลับมาเป็นอำมาตย์ใหญ่ของพิเภกและอื่น ๆ แก่พลลิง และพลมาร
          ฝ่ายไวยวิกและนางพิรากวน ที่ได้ครองเมืองบาดาลแทนไมยราพ ก็นึกถึงบุญคุณของหนุมานตลอดมา จึงคิดมาเยี่ยมและมาเฝ้าพระรามด้วย ไวยวิกได้ชวนมัจฉานุซึ่งเป็นอุปราชยกทัพมา พลวานรเห็นกองทัพมา ท้าวชมพูที่กำลังยกทัพกลับมา ก็เข้าใจผิดคิดว่าไวยวิกเป็นกบถ ได้นำทัพเข้าต่อสู้ พระรามได้ยินเสียงดังกึกก้อง ก็ให้หนุมานไปดู เห็นไวยวิกกับมัจฉานุก็จำได้ จึงเข้าขวางทัพ ไวยวิกและมัจฉานุเล่าให้ฟัง  จากนั้นก็พากันเข้าเมืองไปเฝ้าพระราม  พระรามได้ใช้พระขรรค์โมลีตัดหางที่เป็นปลาของมัจฉานุให้ แล้วบอกว่าหากการให้หนุมานไปครองเมืองมลิวันก็จะอยู่ไกล จึงให้มัจฉานุไปครองแทน และให้นางรัตนมาลีเป็นมเหสี ส่วนไวยวิกนั้นให้ไปครองเมืองบาดาลตามเดิม

 

ปีศาจนางอาดูล 

          วันหนึ่งพระรามเกิดอยากเที่ยวป่า ได้ชวนพระลักษมณ์ไปด้วย ส่วนนางสีดาตั้งครรภ์จึงอยู่ที่ตำหนัก นางสีดารู้สึกเร่าร้อนได้ชวนนางกำนัลไปอาบน้ำที่ท่าหลวง
          ฝ่ายยักษ์ตนหนึ่งชื่อนางอาดูล เป็นญาติของทศกรรฐ์ อยู่ใต้ดิน รู้ว่าที่เหล่ายักษ์พากันล้มตายก็เพราะนางสีดาเป็นต้นเหตุ ก็คิดแค้นนางสีดาเรื่อยมา และหาวิธีกลั่นแกล้งให้นางสีดาต้องพลัดพรากพระราม ได้ขึ้นมาจากใต้ดิน แปลงกายเป็นนางกำนัล มีรูปร่างงามมาหานางสีดา ถึงเวลาที่จะถึงคราววิบัติของนางสีดา ทำให้ไม่สงสัย แล้วนางอาดูลก็ตามนางสีดาขึ้นพระตำหนัก และถามนางสีดาถึงหน้าตาของทศกรรฐ์ นางสีดาเล่าให้ฟัง  นางอาดูลบอกว่านึกไม่ออกควรจะวาดรูปให้ดู นางสีดาได้วาดรูปทศกรรฐ์ให้นางอาดูลดู และนางกำนัลอื่น ๆ ก็มาดูกัน เป็นเวลาที่พระรามพระลักษมณ์กลับจากป่า นางอาดูลรีบหายตัวเข้าไปสิงรูป  นางสีดารู้ว่าพระรามกลับมาก็รีบลบรูปแต่ลบไม่ออกจึงนำไปซ่อนไว้ใต้ที่นอนของพระราม เมื่อพระรามจะนอนก็ให้ร้อนรุ่มและโมโหเอากับนางสนมกำนัล

           

         

         

       

สร้างโดย: 
นางสาวอนุสรา สังข์จันทร์

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 53 คน กำลังออนไลน์