สบู่...สบาย

สบู่เหลวธรรมชาติ Natural Liquid Soap

คุณรู้หรือไม่ว่า สบู่เหลวเกือบทุกยี่ห้อที่วางขายอยู่ในท้องตลาด หรือสบู่เหลวทุกขวดที่คุณใช้อาบน้ำถูตัวอยู่ ไม่ใช่สบู่เหลว เพราะมันไม่มีส่วนผสมของสบู่แม้แต่น้อย แต่ส่วนผสมหลักที่ทำหน้าที่เป็นสารทำความสะอาด เป็นสารเคมีสังเคราะห์ที่เรียกว่า สารซักฟอก (Detergent) สารซักฟอกนี้มีคุณสมบัติเหมือนกับสบู่ แต่ถูกทำให้อยู่ในรูปของเหลวไว้ใช้สำหรับชำระล้างทำความสะอาดร่างกาย จึงถูกเรียกว่า "สบู่เหลว" อันที่จริงเราควรจะเรียกสบู่เหลวชนิดนี้ว่า สบู่เหลวเทียม

          เพราะสบู่เหลวธรรมชาติที่แท้ควรมีส่วผสมเนื้อสบู่ธรรมชาติอยู่ ไม่ควรมีส่วนผสมของสารซักฟอก สารซักฟอกและสารเคมีอื่นๆ ในสบู่เหลวเทียมสามารถก่อให้เกิดภาวะ การระคายเคืองต่อผิว เกิดอาการแพ้ ไปจนถึงขั้นที่เพิ่มโอกาสเสี่ยงที่จะทำให้เราเป็นมะเร็งได้ในระยะยาว สบู่เหลวธรรมชาติที่แท้จริงเกิดขึ้นการใช้ไขมันจากธรรมชาติเช่น ไขมันจากสัตว์ หรือน้ำมันพืชที่เราใช้ปรุงอาหารนี่แหละทำปฏิกิริยากับสารละลายด่างอ่อน ก็จะได้เนื้อสบู่แล้วเจือจางด้วยน้ำให้มีส่วนผสมของเนื้อสบู่เพียง 25% ก็จะได้สบู่เหลวธรรมชาติ ที่มีคุณสมบัติในการทำความสะอาดเชียวเดียวกับสบู่ก้อน และมีกลีเซอรีนอยู่ในตัวที่ช่วยถนอมผิวให้นุ่มนวล

สบู่เหลวที่คุณใช้อยู่ไม่ใช่สบู่เหลว

ปัจจุบันมีคนที่หันไปนิยมใช้สบู่เหลวอาบน้ำถูตัวกันมากขึ้น ทั้งๆที่สบู่เหลวมีราคาแพงกว่าสบู่ก้อนค่อนข้างมากก็ตาม ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะค่านิยมตามแฟชั่น อีกส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะพวกเราถูกทำให้เชื่อตามคำโฆษณาทางสื่อต่างๆ ว่า สบู่เหลวสามารถทำความสะอาดและบำรุงผิวพรรณได้ดีกว่าสบู่ก้อน ซึ่งก็มีส่วนถูกต้องอยู่บ้าง สบู่เหลวมักจะอวดอ้างสรรพคุณในการถนอมผิวพรรณด้วยส่วนผสมที่เป็นสารปรุงแต่งที่ถูกใส่เพิ่มเติมเข้าไปในสบู่เหลว เช่น สมุน ไพร วิตามิน สารเพิ่มความชุ่มชื่น สารฆ่าเชื้อโรค เป็นต้น เพราะในกระบวนการผลิตสบู่เหลวสามารถทำได้ง่ายกว่าในสบู่ก้อน ประกอบกับสีสันที่สดใสหรือฉูดฉาด บรรจุอยู่ในขวดแก้วหรือขวดพลาสติกสวยงามดุน่าใช้กว่าสบู่ก้อน นอกจากนั้นการใช้สบู่เหลวในการอาบน้ำก็ดุจะสะดวกมากกว่าสบู่ก้อนด้วยลักษณะที่เป็นของเหลว และการออกแบบขวดที่มีฝาจุกที่สามารถบีบสบู่เหลวออกมาใช้ได้ง่าย ยิ่งส่งเสริมให้สบู่เหลวเป็นที่นิยมมากขึ้น

          การใช้สบู่เหลวในการอาบน้ำถูตัวนั้นสิ้นเปลืองกว่าการใช้สบู่ก้อน ทั้งในแง่ของราคาที่แพงกว่า และในแง่ของปริมาณการใช้แต่ละครั้งก็สิ้นเปลืองกว่าแต่นั่นยังไม่สำคัญเท่ากับข้อเท็จจริงที่เราควรจะรู้ว่า สบู่เหลวเกือบทุกยี่ห้อที่วางขายอยู่ในท้องตลาด หรือทุกขวดที่เราซื้อมาใช้อยู่ทุกวันนี้มัน ไม่ใช่สบู่เหลว แต่เป็น สบู่เหลวเทียม เพราะส่วนผสมที่ใช้ในการผลิตสบู่เหลวที่ขายอยู่ไม่มีส่วนผสมของเนื้อสบู่ (soap) อย่างที่มีอยู่ในสบู่ก้อนแม้แต่น้อย ส่วนผสมหลักที่ใช้ในการผลิตสบู่เหลวชนิดนี้เขาใช้สารเคมีสังเคราะห์ที่เป็น สารซักฟอก (detergent) บวกกับสารเคมีสังเคราะห์อื่นๆ แล้วทำให้อยู่ในรูปของของเหลว และเรียกมันว่า สบู่เหลว (liquid soap) สารซักฟอกนี้มีคุณสมบัติเหมือนกับสบู่คือใช้ชำระล้างทำความสะอาดได้ดี หรือได้ดีกว่าในบางกรณี เช่นใช้ได้ดีกับน้ำกระด้าง

          อันที่จริงสบู่เหลวที่เราใช้ถูตัวอยู่นี้ก็คือ แชมพูที่เราใช้สระผมนั่นเอง เพราะส่วนประกอบที่ใช้ในการผลิตกรรมวิธีในการผลิต ตลอดจนคุณสมบัติในการทำความสะอาดนั้นแทบจะเหมือนกันหรือมีความใกล้เคียงกับแชมพูสระผมมาก เพียงแต่ว่าสารเคมีที่ใช้กับสบู่เหลวนั้นมีความเหมาะสมที่จะใช้กับผิวหนังมากกว่า หรือถ้าจะกล่าวต่อไปให้ถึงที่สุดก็อาจกล่าวได้ว่า สบู่เหลวที่เราใช้ถูตัวอยู่นี้ก็คือ น้ำยาทำความสะอาดข้าวของเครื่องใช้ทั่วไปนั่นเอง เพราะสารซักฟอกซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักในสบู่เหลว ตัวอย่างเช่น สาร SLS หรือ Sodium Lauryl Sulfate ซึ่งมีคุณสมบัติในการชำระล้างทำความสะอาด เป็นสารเคมีตัวเดียวกันกับที่เขาใช้ใน น้ำยาล้างจาน น้ำยาทำความสะอาดพื้น หรือแม้แต่น้ำยาทำความสะอาดห้องน้ำ เพียงแต่ว่าเกรดและความเข้มข้นของสารเคมีที่ใช้ในสบู่เหลวถูกกำหนดให้มีความเหมาะสมกับผิวหนัง และถูกระบุว่าไม่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้

          เรื่องอันตรายของการใช้สบู่เหลวถูตัวนี้เป็นเรื่องที่เราควรจะให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะยังไม่มีการรับรู้หรือตระหนักกันมากนักถึงผลกระทบของมันว่ามีหรือไม่ หรือมีมากน้อยเพียงใดในเบื้องต้นถึงแม้ว่าสบู่เหลวจะถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อแก้ไขจุดอ่อนของสบู่ก้อนให้มีความระคายเคืองต่อผิว น้อยกว่าสบู่ก้อน เนื่องจากมีค่าความด่าง (pH) อ่อนน้อยกว่าสบู่ก้อน อย่างไรก็ตามเนื่องจากมันเป็นสารเคมีสังเคราะห์จึงอาจระคายเคืองผิวหรือเกิดอาการแพ้สำหรับบางคนได้ ในกรณีนี้ยังไม่ค่อยน่าเป็นห่วงเท่าใด เพราะเป็นอาการที่ปรากฏอยู่ภายนอก เมื่อใช้แล้วเกิดอาการระคายเคืองหรือแพ้ขึ้นมาเราก็จะรู้และสามารถหยุดใช้ได้ทันที แต่ผลกระทบของการใช้สบู่เหลวที่อาจจะเกิดขึ้นในระยะยาว และหากเกิดขึ้นภายในร่างกายของเรานี่สิเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงเพราะส่วนประกอบหลักที่ใช้ในสบู่เหลวเป็นสารเคมีสังเคราะห์ และสารเคมีสังเคราะห์เหล่านี้มีขนาดที่เล็กมาก เล็กขนาดที่สามารถซึมผ่านผิวหนังเข้าไปในร่างกายของเราได้ หรือยิ่งกว่านั้นสามารถซึมผ่านเข้าสู่เซลล์ของอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกาย หรือแม้แต่ซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้

          การจะดูว่าสสารใดจะเข้าสู่ร่างกายของเราโดยการซึมผ่านผิวหนังเข้าไปได้หรือไม่ ต้องดูที่น้ำหนักโมเลกุลน้ำหนักโมเลกุลของสสารที่จะสามารถซึมผ่านผิวหนังเข้าสู่ร่างกายได้จะต้องต่ำกว่า 3000 น้ำหนักโมเลกุลที่จะซึมเข้าสู่เซลล์ของอวัยวะภายในร่างกายได้จะต้องต่ำกว่า 800 และน้ำโมเลกุลของสสารที่จะซึมเข้าสู่กระแสเลือดได้จะต้องต่ำกว่า 75 สารซักฟอกอย่าง SLS หรือ Sodium Lauryl Sulfate ซึ่งเป็นสารเคมีหลักที่ใช้ในสบู่เหลวส่วนใหญ่ มีน้ำหนักโมเลกุลเพียง 40 สาร SLS นี้จึงสามารถซึมผ่านผิวหนังเข้าสู่เซลล์และกระแสเลือดทุกครั้งที่เราอาบน้ำด้วยสบู่เหลว หรือย่าง PEG : Polyethylene Glycol สารเคมีสังเคราะห์ที่ใช้ผสมลงไปในสบู่เหลว เพื่อให้มีคุณสมบัติเพิ่มความชุ่มชื่นแก่ผิวหนังเมื่อใช้แล้วจะรู้สึกนุ่มนวลต่อผิว น้ำหนักโมเลกุลของ PEG นี้ก็มีเพียง 60 จึงสามารถซึมผ่านผิวหนังเข้าไปสะสมอยู่ในกระแสเลือดของเราได้อย่างสบาย

          ดังนั้นโลกทุกวันนี้เป็นโลกของสารเคมีอย่างแท้จริง มิเพียงแต่สารเคมีที่ปนเปื้อนในอาหารที่ผ่านเข้าสู่ร่างกายของเราทางปากโดยการกิน สารเคมีที่ปนเปื้อน ในอากาศที่ผ่านเข้าสู่ร่างกายของเราทางจมูกโดยการหายใจ เรายังรับเอาสารเคมีจำนวนมากมายที่มากับผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด และเครื่องสำอางเข้าสู่ร่างกายของเราผ่านทางผิวหนังโดยไม่รู้ตัว เราคงตระหนักดีถึงพิษภัยของสารเคมีอย่าง ยาฆ่าแมลง สารกันบูด สารฟอกขาว สารเร่งเนื้อแดง ฟอร์มาลีนที่ปนเปื้อนอยู่ในพืชผักผลไม้เนื้อสัตว์อาหารทะเลดีว่ามีอันตรายเพียงใด แต่เรายังไม่ค่อยได้รับรู้หรือตระหนักถึงพิษภัยของสารเคมีที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหรือเครื่องสำอาง อย่างเช่นสบู่เหลวที่เรากล่าวถึงในที่นี้ ว่ามันจะมีผลเสียต่อสุขภาพร่างกายของเรามากน้อยเพียงใด แต่ที่แน่นอนก็คือทุกวันนี้สารเคมีเหล่านี้ได้เข้าไปสะสมอยู่ในร่างกายของเราแล้ว รอวันที่จะแสดงผลไม่ช้าก็เร็ว

          ขึ้นชื่อว่าสารเคมีสังเคราะห์แล้วหากเข้าสู่ร่างกายของเรา และถ้าร่างกายของเราไม่สามารถขับถ่ายออกไปได้หมดก็จะเกิดการตกค้างสะสมอยู่ใจอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกาย โอกาสที่จะทำให้เกิดโรคร้ายอย่าง เนื้อร้าย มะเร็ง อัมพฤต อัมพาต ก็มีมาก ทุกวันนี้เข้าใจว่ายังไม่มีการชี้ชัดว่า สารเคมีสังเคราะห์ที่ใช้ในสบู่เหลว แชมพู ครีมนวดผม หรือเครื่องสำอางอื่นๆ จะเป็นสาเหตุโดยตรงของมะเร็งหรือโรคร้ายอื่นๆ แต่น่าจะสันนิษฐานได้ว่า สารเคมีเหล่านี้น่าจะช่วยกระตุ้นหรือเพิ่มโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง และโรคร้ายได้มากขึ้น เพราะมีการยืนยันจากนักวิทยาศาสตร์ในยุโรปและอเมริกาที่ได้ทำการวิจัยและออกมากล่าวเตือนผลกระทบของสารเคมีหลักหลายตัว ที่ใช้ในสบู่เหลวแชมพู ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและเครื่องสำอางว่า สารเคมีเหล่านี้สามารถซึมผ่านผิวหนังเข้าสู่ร่างกายและมีโอกาส ทำให้เกิดสารก่อมะเร็ง ซึ่งจะไปสะสมอยู่ในตับ ไต และกระแสเลือด รัฐบาลในบางประเทศก็ออกประกาศเตือนบริษัทผู้ผลิตบางรายก็พยายามหลีกเลี่ยงและหันไปใช้สารเคมีตัวอื่นหรือสารสกัดจากธรรมชาติแทน แต่บริษัทผู้ผลิตส่วนใหญ่ รวมทั้งบริษัทที่ประกาศตัวว่าใส่ใจเรื่องสุขภาพและสิ่งแวดล้อมก็ยังใช้อยู่ จึงเป็นเรื่องที่ผู้บริโภคต้องให้ความสนใจ ศึกษาหาความรู้ให้มากขึ้นต้องชั่งใจดูว่าจะเชื่อข้อมูลของฝ่ายไหนแต่ก่อนจะตัดสินใจว่าจะยังคงใช้สบู่เหลวที่ซื้อหามาจากท้องตลาดต่อไป หรือหันกลับไปใช้สบู่ก้อน หรือไม่ก็หันไปทำสบู่เหลวธรรมชาติใช้เองซะเลย ก็ลองมาดูข้อมูลต่อไปนี้กันก่อนว่า สารเคมีหลักๆ ที่ใช้ในสบู่เหลวนั้นมีอะไรบ้าง และสารเคมีตัวไหนที่อาจจะมีพิษภัยต่อสุขภาพร่างกายของเราได้

        

สร้างโดย: 
นางสาวศุภัชยา พวงพรทิพ

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 18 คน กำลังออนไลน์