เครื่องดนตรีภาคเหนือ

                                                                          สะล้อ

ที่มารูป : http://picdb.thaimisc.com/k/keeratikul/3534-3.jpg

สะล้อหรือ ทะล้อ เป็นเครื่องสายบรรเลงด้วยการสี ใช้คัน ชักอิสระ ตัวสะล้อที่เป็นแหล่งกำเนิดเสียงทำ ด้วยกะลามะพร้าว ตัดและปิดหน้าด้วยไม้บาง ๆ มีช่องเสียงอยู่ด้านหลัง คันสะล้อทำด้วย ไม้สัก หรือไม้เนื้อแข็งอื่น ๆ โดยปกติจะ ยาวประมาณ ๖๐ เซนติเมตร ลูกบิดอยู่ด้านหน้านิยม ทำเป็นสองสาย แต่ที่ทำเป็นสามสายก็ มีสาย ทำด้วยลวด (เดิมใช้สายไหมฟั่น ) สะล้อมี ๓ ขนาด คือ สะล้อเล็ก สะล้อกลาง และสะล้อใหญ่ ๓ สาย

ส่วนประกอบของสะล้อ

1. กะโหลก / กระโหล้ง ( กล่องเสียง ) สะล้อ ทำด้วยกะลามะพร้าวเจาะรูด้านหลัง ให้เป็นทางออกของเสียง ด้านหน้าปิดด้วยแผ่นไม้บาง ซึ่งเรียกว่า ตาดสะล้อ

2. หย่อง ( ก๊อบสะล้อ ) เป็นไม้ชิ้นเล็กๆ ใช้สำหรับรองสายสะล้อส่วนล่างให้ยกสูงจากตาดสะล้อ

3. คันทวน ( คันสะล้อ ) เป็นไม้กลมเสียบทะลุกะลาใกล้ๆ ขอบที่ปิดด้วยตาดสะล้อ

4. สายสะล้อ คือ สายที่เกิดเสียงขณะถูกสี ทำด้วยสายลวดโลหะ มี 2 สาย คือ สายเอกและสายทุ้ม

5. รัดอก เป็นเส้นกำหนดเสียง ใช้สายเอ็นหรือสายลวดเป็นห่วงรัดสายสะล้อรวมเข้ากับคันสะล้อส่วนบน

6. ลูกบิด ( หลักสะล้อ ) ทำด้วยไม้กลึงเรียวเล็กลง เสียบตรงปลายคอคันทวน สำหรับขันสายสะล้อให้ตึงหรือหย่อน เพื่อปรับเสียงตามความต้องการ

7. คันชัก ( ก๋งสะล้อ ) ทำด้วยไม้เนื้อแข็งหรือไม้ไผ่ โค้งงอคล้ายคันศร ขึงด้วยหางม้าหรือสายเอ็นเส้นเล็กๆ

 ซึง

ที่มารูป : http://www.skn.ac.th/skl/skn422/dontri/d2.jpg

ซึง เป็นเครื่องสายชนิดหนึ่งใช้บรรเลงด้วยการดีด ทำ ด้วยไม้สักหรือไม้เนื้อแข็ง มีช่องเสียงอยู่ ด้านหน้า กำหนดระดับเสียงด้วยนมเป็นระยะ ๆ ดีด ด้วยเขาสัตว์บาง ๆ มีสายทำด้วยโลหะ เช่น ลวด หรือทองเหลือง (เดิมใช้สายไหมฟั่น) ๒ สาย
                                                                     ปี่

ปี่ เป็นปี่ลิ้นเดียว ที่ตัวลิ้นทำด้วย โลหะเหมือนลิ้นแคน ตัวปี่ทำด้วยไม้ซาง ที่ ปลายข้างหนึ่งฝังลิ้นโลหะไว้เวลาเป่าใช้ปากอม ลิ้นที่ปลายข้างนี้ อีกด้านหนึ่งเจาะรู บังคับเสียงเรียงกัน ๖ รู ใช้ปิดเปิดด้วยนิ้ว มือทั้ง ๒ นิ้ว เพื่อให้เกิดทำนองเพลง มี ๓ ขนาด ได้แก่ ขนาดใหญ่เรียก ปี่แม่ ขนาดรองลง มาเรียก ปี่กลาง และขนาดเล็กเรียก ปี่ก้อย นิยม บรรเลงประสมเป็นวงเรียก วงจุมปี่ หรือปี่จุม หรือบรรเลงร่วมกับซึงและสะล้อ

แน

ที่มารูป : http://www.phutta.com/thaifolk/images/pic_musical/nae.jpg

ปี่ แน มีลักษณะคลายปี่ไฉน หรือปี่ชวา แต่มี ขนาดใหญ่กว่า เป็นปี่ประเภทลิ้นคู่ทำด้วยไม้ เนื้อแข็ง มีรูบังคับเสียง เช่นเดียวกับปี่ใน นิยมบรรเลงในวงประกอบกับฆ้อง กลอง ตะหลดปด และกลองแอว เช่น ในเวลาประกอบการฟ้อน เป็นต้น มี ๒ ขนาด ได้แก่ ขนาดเล็กเรียก แนน้อย ขนาดใหญ่ เรียก แนหลวง
                                                                พิณเปี๊ยะ

ที่มารูป : http://www.dsc.ac.th/inweb/student_job/art411/mpinpia.jpg

 พิณเปี๊ยะ หรือ พิณเพียะ หรือบางทีก็เรียกว่า เพียะ หรือเปี๊ยะ กะโหลกทำด้วยกะลามะพร้าว เวลาดีดเอา กะโหลกประกบติดไว้กับหน้าอก ขยับเปิด-ปิด เพื่อให้เกิดเสียงกังวานตามต้องการ สมัยก่อนหนุ่มชาว เหนือนิยมเล่นดีดคลอการขับร้องในขณะไป เกี้ยวสาวตามหมู่บ้านในยามค่ำคืน ปัจจุบันมี ผู้เล่นได้น้อยมาก

 
สร้างโดย: 
น.ส. อนันตพร โอตตัปปะวงศ์ เเละ อ.เพ็ญศรี รอดจากภัย โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 47 คน กำลังออนไลน์