อาณาจักรศรีวิชัย

                                              

                       ขอบคุณภาพจาก : http://item.slide.com/r/1/70/i/HXRe4IG66j_Q4_MtgT1l-6_3auEX1IRH/

      ศูนย์กลางของศรีวิชัยจึงเป็นปัญหาที่ยังไม่ยุติ  แต่กระนั้นบริเวณคาบสมุทรมลายูก็เป็นส่วนหนึ่งของศรีวิชัยและเป็นศูนย์กลางการค้าทางทะเลที่มีชื่อเสียงมาก  มีความรุ่งเรืองทางวัฒนธรรม  ประชาชนนับถือศาสนาพุทธมหายานและศาสนาพราหมณ์  ร่องรอยที่เหลือไว้คือโบราณสถานและโบราณวัตถุ  ทางด้านสถาปัตยกรรมสถาปัตยกรรมที่มีชื่อเสียงคือ พระบรมธาตุไชยา เป็นเจดีย์สี่เหลี่ยมทรงมณฑปและเจดีย์ศรีวิชัยที่วัดแก้ว ในอำเภอไชยาจังหวัดสุราษฎร์ธานี  นอกจากนั้นยังมีที่จังหวัดพัทลุง  สงขลา  นครศรีธรรมราช  และพังงา  เป็นต้น  ส่วนตอนบนของประเทศไทยมีร่องรอยแสดงว่าอิทธิพลของศรีวิชัยได้แพร่ขึ้นไปอาจเป็นเพราะเมื่อครั้งสมัยสุโขทัยตอนต้นๆ  ได้รับเอาพุทธศาสนาและศิลปกรรมไปจากเมืองนครศรีธรรมราช  ทำให้มีสถาปัตยกรรมแบบศรีวิชัย  ที่จังหวัดสวรรคโลก  คือ มณฑปวัดเจดีย์เจ็ดแถว  และเจดีย์ในวัดมหาธาตุ  จังหวัดสุโขทัย  รวมทั้งเจดีย์องค์เล็กในวัดพระธาตุ      หริภุญชัย เป็นต้น

     ทางด้านประติมากรรมมีพระพุทธรูปที่มีชื่อเสียงคือ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร  พบที่วัดมหาธาตุ  อำเภอไชยา มีพระพิมพ์ดินดิบปางต่างๆ พระพิมพ์ติดแผ่นเงินแผ่นทองทางด้านศาสนาพราหมณ์ได้แก่ เทวรูปพระมาลาแขก   เทวรูปพระนารายณ์ทรงครุฑ เป็นต้น

     เครื่องมือเครื่องใช้มีเครื่องปั้นดินเผาทำเป็นภาชนะหม้อไห  ใช้สีเขียนลวดลายและทำเป็นแบบลูกจันทร์นูนขึ้นมาประดับลวดลายอื่นๆ  มีลูกปัดทำเป็นเครื่องประดับ มีเงินกลมใช้เรียกว่า นะโม และเงินเหรียญชนิดหนาใช้แลกเปลี่ยนด้วย  มีตราดอกจันทร์อยู่ด้านหนึ่งอีกด้านหนึ่งมีตัวอักษรสันสกฤตเขียนไว้ว่า “วร” ประดับอยู่

     ราชวงศ์ที่ปกครองศรีวิชัยคือราชวงศ์ไศเลนทร์  ปกครองตลอดทั่วไปในแหลมมลายูลงไปถึงเกาะต่างๆ ศรีวิชัยมั่งคั่งทางเศรษฐกิจเพราะสามารถควบคุมช่องแคบมะละกาได้  เรือที่ผ่านไปมาต้องแวะพักจอดเรือตามเมืองท่าต่างๆ ของแค้วนศรีวิชัย

     ศรีวิชัยมีความสัมพันธ์กับประเทศจีนเป็นอย่างดี  มีการส่งคณะทูตไปเจริญสัมพนธ์ไมตรีกับจีนเป็นระยะๆ  ประมาณ  12  ครั้ง  และใน พ.ศ. 1536 เคยขอความช่วยเหลือจากจีนให้ช่วยปราบกองทัพของชวาที่ยกมารุกราน  และใน พ.ศ. 1550 ศรีวิชัยได้ทำสงครามกับแคว้นมะทะรัม ซึ่งอยู่ในชวากลาง  และได้รับชัยชนะจึงมีอำนาจเหนือมะทะรัม

     กลางพุทธศตวรรษที่ 16  ทำสงครามกับพวกโจละ (Chola อยู่ทางตะวันออกของอินเดีย)  เพราะโจละ จะเข้าแย่งชิงผลประโยชน์ทางการค้าแถบแหลมมลายูไปจากศรีวิชัย  การรบดำเนินมาหลายปี ที่สำคัญเกิดขึ้นใน พ.ศ. 1568  แถบเมืองตักโกละ (ตะกั่วป่า หรือ ตรัง) เคดาห์ ตูมาสิก (สิงคโปร์)  ลังกาสุคะ นครศรีธรรมราช  ไชยา แม้จะยึดครองศรีวิชัยไม่ได้แต่สงครามครั้งนี้มีผลให้บรรดาเมืองต่างๆ ที่เคยขึ้นต่อแคว้นศรีวิชัยกระด้างกระเดื่องจนถึงขั้นยกทัพมาชิงดินแดนบางแห่ง เช่น พระเจ้าไอร์ลังคะ แห่งแคว้นเคดีรีในชวาตะวันออก ผลจากการทำสงครามกับโจละ ทำให้ศูนย์กลางจากศรีวิชัยย้ายจากเมืองไชยาไปอยู่ที่เมืองนครศรีธรรมราช  ต่อมาอำนาจทางการปกครองของศรีวิชัย  เปลี่ยนจากราชวงศ์ไศเลนทร์ไปเป็นราชวงศ์ปทุมวงศ์  กษัตริย์ของศรีวิชัยราชวงศ์ใหม่พยายามรักษาอิทธิพลบนแหลมมลายูไว้ รวมทั้งช่องแคบและหมู่เกาะ

    ประมาณพุทธศตวรรษที่ 18 – 19  ศรีวิชัยเสื่อมอำนาจลงมาก เพราะเกิดจลาจลในคาบสมุทรมลายู และมีแคว้นคู่แข่งเกิดขึ้น 2   แห่งคือ ในชวาตะวันออกมีแคว้น เคดีรี  ส่วนทางเหนือมีอาณาจักรสุโขทัย  ซึ่งราชวงศ์มองโกล (พ.ศ. 1803 – 1911)  ของจีนให้การสนับสนุนเคดีรีเขายึดครองบางส่วนของศรีวิชัย คือดินแดนบางส่วนในอินโดนีเซียปัจจุบันไว้  ต่อมาได้สูญเสียคาบสมุทรมลายูให้กับอาณาจักรสุโขทัยที่ยึดนครศรีธรรมราชได้  แล้วสุโขทัยได้แผ่ขยายอำนาจลงมาเรื่อยๆ  ศรีวิชัยจึงสลายลงโดยปรากฏจากหลักฐานของมาร์โคโปโล นักสำรวจชาวเวนิส ใน พ.ศ. 1835  ที่แวะเยือนสุมาตราระหว่างเดินทางกลับจากจีน หลังจากที่อยู่ที่จีนได้  17  ปี  มาร์โคโปโลไม่ได้บันทึกเรื่องราวของศรีวิชัยเลย  กล่าวแต่ว่ามีแคว้นเล็ก  8  แห่ง  จึงตีความได้ว่าศรีวิชัยอาจแตกเป็นแคว้นต่างๆ หรือเมืองต่างๆ  8  แห่ง  โดยแต่ละเมืองมีกษัตริย์ปกครอง

                                             

ขอบคุณภาพจาก : http://upload.wikimedia.org/wikipedia/th/5/5c/%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A7%

     พบหลักฐานทางโบราณคดีที่เป็นบ้านเมืองและแคว้นหรือรัฐร่วมสมัยอาณาจักรศรีวิชัย (สุจิตต์  วงษ์เทศ และคณะ, 2531 : 58-70)  คือ แคว้นไชยา  มีขอบเขตตั้งแต่อำเภอท่าชนะ  อำเภอไชยา  อำเภอเมือง  และอำเภออื่นๆ ในเขตจังหวัดสัราษฎร์ธานี  มีไชยาเป็นศูนย์กลาง  พบศาสนสถานและศิลปกรรมหลายแห่ง เช่น ที่วัดแก้วไชยา  พระพุทธรูปและพระพิมพ์ต่างๆ แคว้นนครศรีธรรมราช มีขอบเขตในเขตจังหวัดนครศรีธรรมราช ชื่อที่ปรากฏตามหลักฐานและเอกสารต่างๆ คือ “ตามพรลิงค์” แคว้นสทิงพระ มีขอบเขตจากบริเวณรอบทะเลสาบสงขลาถึงจังหวัดพัทลุง  พบร่องรอยโบราณศิลปวัตถุที่นับถือศาสนาพราหมณ์และพุทธศาสนา แคว้นปัตตานีมีขอบเขตครอบคลุมพื้นที่จังหวัดปัตตานีและจังหวัดยะลา พบร่องรอยเมืองท่าทีสำคัญคือ ตรังและเมืองตะกั่วป่า

 

                                                                          

สร้างโดย: 
น.ส. จุฑารัตน์ พุลี และ ครู วราภรณ์ สุขสายชล

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 6 คน กำลังออนไลน์