น้ำหนักเราขึ้นหรือลงได้อย่างไร

น้ำหนักของเราเพิ่มหรือลดได้อย่างไร

 ทำไมเราน้ำหนักเพิ่มขึ้น

  ในการขับรถยนต์เราจะรู้ว่าถังน้ำมันเราจุได้เท่าไหร่ และเราจะมีมิเตอร์วัดให้รู้ว่าตอนนี้เหลือน้ำมันอยู่เท่าไหร่ เราก็จะรู้ว่าเมื่อไหร่
เราควรจะเติมน้ำมันและเติมเท่าไหร่ แต่ร่างกายเราไม่มีมิเตอร์วัดให้รู้ว่าเราเหลือพลังงานที่เก็บไว้เท่าไหร่ และที่สำคัญร่างกายเรา
ไม่เหมือนถังน้ำมันรถตรงที่ ร่างกายเรารับพลังงานได้ไม่จำกัด

   หากเราจะเทียบให้เห็นภาพ ร่างกายเราก็จะเหมือนรถยนต์ที่ไม่มีมิเตอร์วัดน้ำมัน และที่สำคัญขนาดของถังน้ำมันยังใหญ่มากจน
สามารถเติมน้ำมันได้ไม่จำกัดอีกด้วย สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือ ในแต่ละวันเราจะไม่รู้ว่าเราใช้น้ำมันไปเท่าไหร่ เราเหลือน้ำมันเท่าไหร่
และเราควรเติมน้ำมันอีกเท่าไหร่

  คำถามก็คือจะเกิดอะไรขึ้น หากทุกๆวันเราเติมน้ำมันมากกว่าน้ำมันที่เราใช้ในแต่ละวัน คำตอบก็คือ เราจะมีน้ำมันที่เหลือที่ใช้ไม่
หมดสะสมทุกวัน เราจะมีน้ำมันในถังมากขึ้นเรื่อยๆทุกๆวัน

   ร่างกายคนเราก็เช่นกัน ในทุกๆวันเราไม่มีมิเตอร์วัดว่าเราใช้พลังงานไปแค่ไหน และไม่รู้ว่าในแต่ละวันเราเติมพลังงานเข้าไป
เท่าไหร่ คำถามคือ จะเกิดอะไรขึ้นหากทุกๆวันเราเติมพลังงานให้ร่างกาย(ด้วยอาหารที่ทาน) มากกว่าพลังงานที่ร่างกายใช้
(เผาผลาญ) คำตอบก็คือ เราก็จะมีพลังงานที่ใช้ไม่หมดสะสมทุกๆวัน เราก็จะมีพลังงานที่สะสมในร่างกายเรามากขึ้นทุกๆวัน

 พลังงานที่เหลือจากที่ร่างกายใช้ก็จะถูกเก็บสะสมในรูปแบบของไขมัน เราก็จะมีไขมันสะสมมากขึ้น น้ำหนักเราก็เลยเพิ่มขึ้น ยิ่งเรา
ได้พลังงานจากอาหารที่ทานมากกว่าพลังงานที่เราใช้มากเท่าไหร่น้ำหนักตัวเราก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นมากเท่านั้น

 

 

                          แหล่งอ้างอิง : http://www.igetweb.com/www/lodnumnuk/private_folder/1-1.jpg

   ส่วนสาเหตุที่ทำให้เราได้รับพลังงานจากอาหารที่ทานมากกว่าพลังงานที่เราใช้ ก็เกิดจากสองสาเหตุหลักสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งหรือ
สองสาเหตุรวมกัน
สาเหตุแรก คือ เราทานอาหารที่ให้พลังงานมากขึ้น เช่น ทานไขมันมากขึ้น ทานคาร์โบไฮเดรตมากขึ้น หรือทานอาหารมากขึ้น

ตัวอย่าง เช่น ปกติร่างกายเราใช้พลังงานวันละ 2,000 กิโลแคลอรี่ มื้อเช้าทานข้าวคะน้าหมูกรอบ (670) เที่ยงทานหมี่กรอบลาดหน้า
(690) บ่ายทานกาแฟดำ+คุ้กกี้2ชิ้น(205) เย็นทานกระเพราะไก่ไข่ดาว(630) ได้พลังงานจากอาหารที่ทานประมาณ 2,195
กิโลแคลอรี่ วันนี้เราทานมากกว่าใช้ 195 กิโลแคลอรี่ น้ำหนักก็จะเพิ่มขึ้น หากทานแบบนี้ไปเรื่อยๆน้ำหนักก็จะขึ้นเรื่อยๆ
(ปีละประมาณ 9-10 กิโลกรัม)

                   แหล่งอ้างอิง : http://www.igetweb.com/www/lodnumnuk/private_folder/1-2.jpg

  สาเหตุที่สอง คือ ร่างกายเราเผาผลาญพลังงานน้อยลง จากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งหรือทั้ง 6 สาเหตุ  เช่น อายุมากขึ้น มีกิจกรรมน้อยลง
หรือมีพฤติกรรมที่ทำให้ร่างกายมีปริมาณโปรตีน(กล้ามเนื้อ)ลดลง
ตัวอย่าง เช่น ปกติร่างกายเราเผาผลาญประมาณ 2,000 กิโลแคลอรี่ต่อวัน แต่เมื่ออายุมากขึ้นและชีวิตส่วนใหญ่นั่งทำงาน ร่างกายจึงใช้พลังงานลดลงเหลือประมาณ 1,500 กิโลแคลอรี่ต่อวัน มื้อเช้าทานกาแฟขนมปัง 2 แผ่น (205) เที่ยงทานข้าวหมูกระเทียมไข่เจียว(775) บ่ายดื่มกาแฟเย็น 1 แก้ว(115) เย็นทานผัดไทยห่อไข่(565) ได้พลังงานจากอาหารที่ทานประมาณ 1,660 กิโลแคลอรี่วันนี้เราทานมากกว่าใช้ 160 กิโลแคลอรี่ น้ำหนักก็เลยเพิ่มขึ้น หากเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ น้ำหนักก็จะขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน หากทานแบบนี้ไปเรื่อยๆน้ำหนักก็จะขึ้นเรื่อยๆ (ประมาณปีละประมาณ 7-8 กิโลกรัม)

 

 

                      แหล่งอ้างอิง : http://www.igetweb.com/www/lodnumnuk/private_folder/1-3.jpg

พลังงานที่ได้จากอาหารที่ทาน – พลังงานที่เราใช้  => ยิ่งมากน้ำหนักก็ยิ่งเพิ่มขึ้นมาก

 

ทำยังไงน้ำหนักเราจะลด
   คำถามว่าน้ำหนักของเราจะลดลงได้อย่างไร จริงแล้วคำตอบนั้นง่ายเหมือนถามว่า รถยนต์คันเดิมที่มีน้ำมันสะสมไว้ในถังมากมาย
ทำยังไงน้ำมันในถังจึงจะลดลง คำตอบก็คือ ในทุกๆวันให้เราพยายามใช้น้ำมันให้มากกว่าน้ำมันที่เติม น้ำมันในถังก็จะค่อยๆลดลงเอง
   เช่นเดียวกันกับร่างกายเราที่มีไขมันสะสมอยู่มากกว่าที่เราต้องการ วิธีการทำให้ไขมันลดลงก็คือการย้อนรอยเดิม โดยในทุกๆวัน
เราพยายามใช้พลังงานให้มากกว่าพลังงานที่เราได้จากอาหารที่ทาน เมื่อพลังงานที่ได้จากอาหารมีไม่พอร่างกายก็จะไปดึงพลังงานที่
เก็บสะสมในรูปแบบของไขมันมาใช้ เราก็จะมีไขมันลดลง น้ำหนักเราก็จะลดลง ยิ่งเราเผาผลาญ(ใช้)พลังงานมากกว่าพลังงานที่เรา
ได้จากอาหารที่ทานมากเท่าไหร่น้ำหนักตัวเราก็จะยิ่งลดลงมากเท่านั้น

 

                 แหล่งอ้างอิง : http://www.igetweb.com/www/lodnumnuk/private_folder/1-4.jpg

พลังงานที่เราใช้  – พลังงานที่ได้จากอาหารที่ทาน  => ยิ่งมากยิ่งลดน้ำหนักได้มาก


    ฉะนั้นวิธีที่ทำให้เรา เผาผลาญ(ใช้)พลังงานมากกว่าพลังงานที่ได้จากอาหารที่ทานก็มีสองวิธี
วิธีแรกคือ ทานอาหารให้ได้พลังงานน้อยลง เช่น ทานไขมันน้อยลง ทานคาร์โบไอเดรตน้อยลง หรือทานอาหารน้อยลง
วิธีที่สองก็คือ ทำให้ร่างกายเราเผาผลาญ(ใช้)พลังงานมากขึ้น(ด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งหรือหลายวิธีร่วมกัน) เช่น มีกิจกรรมให้มากขึ้น 
ออกกำลังกาย หรือมีพฤติกรรมที่ทำให้ร่างกายมีปริมาณโปรตีน(กล้ามเนื้อ)เพิ่มขึ้น เป็นต้น

    ความเข้าใจที่สำคัญที่สุดก็คือ น้ำหนักเราจะลดเมื่อเราเผาผลาญ(ใช้)พลังงาน มากกว่าพลังงานที่ได้จากอาหารที่ทาน ไม่ได้แปลว่า
หากเราทานอาหารปริมาณน้อยลงแล้วน้ำหนักเราจะลดลง เพราะหากเราทานอาหารปริมาณน้อยลงแต่ยังได้พลังงานพอๆกับพลังงาน
ที่เราใช้น้ำหนักเราก็ไม่ลดลงอยู่ดี
  เช่น ร่างกายเราเผาผลาญ 2,000 กิโลแคลอรี่ แล้วเราทานไก่ทอดมื้อละ 2 น่องวันละ 3 มื้อแล้วไม่ทานอย่างอื่นเลย เราจะได้พลังงาน
จากอาหารประมาณ 2,070 กิโลแคลอรี่ พลังงานที่ได้จากอาหารที่ทานพอๆกับพลังงานที่เราใช้ น้ำหนักเราจะไม่ลดลงเลย แถมน้ำหนัก
จะเพิ่มขึ้นทีละนิดด้วย เพราะเราได้พลังงานจากอาหารที่ทานมากกว่าพลังงานที่เราใช้(ประมาณปีละ 3 กิโลกรัม)

 

              แหล่งอ้างอิง : http://www.igetweb.com/www/lodnumnuk/private_folder/1-5.jpg

ในทางตรงกันข้ามหากเราทานผัดถั่วงอกเต้าหู้มื้อละ 3 จานวันละ 3 มื้อเราจะได้พลังงานประมาณ 1,395 กิโลแคลอรี่ซึ่งน้อยกว่าพลัง
งานที่เราใช้(2,000 กิโลแคลอรี่) แบบนี้น้ำหนักเราจะลดลงได้(ประมาณเดือนละ2.3กิโลกรัม)

 

                แหล่งอ้างอิง : http://www.igetweb.com/www/lodnumnuk/private_folder/1-6.jpg

   นอกจากนี้เราจะเห็นว่าน้ำหนักตัวของเราจะลดลงหรือไม่ ก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับชนิดของอาหารที่ทาน แต่ขึ้นอยู่กับว่าพลังงานของอาหาร
ที่เราทานน้อยกว่าพลังงานที่เราใช้หรือไม่ เช่น หากร่างกายเราเผาผลาญ(ใช้)พลังงานประมาณ 2,000 กิโลแคลอรี่ เราทานแต่อาหาร
ที่มีไขมันสูงแล้วได้พลังงานน้อยกว่า 2,000 กิโลแคลอรี่ เช่น ทานข้าวผัดอเมริกันมื้อละครึ่งจานวันละ3 มื้อเราจะได้พลังงานประมาณ
1,185 กิโลแคลอรี่ น้ำหนักเราก็สามารถลดลงได้(ประมาณเดือนละ3.2กิโลกรัม)

 

แหล่งอ้างอิง : http://www.igetweb.com/www/lodnumnuk/private_folder/1-7.jpg

    ในทางตรงกันข้ามหากเราทานอาหารที่มีไขมันน้อย แต่เราได้พลังงานจากอาหารที่ทานมากกว่าหรือเท่ากับ 2,000 กิโลแคลอรี่
เช่น ทานบะหมี่กรอบลาดหน้ามื้อละ 2 จานวันละ 3 มื้อเราจะได้พลังงานประมาณ 3,090 กิโลแคลอรี่ น้ำหนักเราก็จะไม่ลดลงแต่กลับ
จะเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ(ประมาณเดือนละ4.2กิโลกรัม)

แหล่งอ้างอิง :  http://www.igetweb.com/www/lodnumnuk/private_folder/1-8.jpg

     สรุปก็คือน้ำหนักของเราจะลดลงเมื่อเราทานอาหารให้ได้พลังงานน้อยกว่าพลังงานที่เราเผาผลาญ(ใช้) น้ำหนักก็จะสามารถลดลงได้
แน่นอน 100% โดยใช้วิธีการลดพลังงานจากอาหารที่เราทาน หรือเพิ่มพลังงานที่เราใช้ วิธีใดวิธีหนึ่งหรือทั้งสองวิธีร่วมกัน
    ฟังดูเป็นหลักการที่เข้าใจง่ายน่าจะทำตามได้ง่าย และคนจำนวนมากก็เข้าใจถึงหลักการนี้ แต่หากเป็นเรื่องง่ายแบบนั้นจริงคนส่วน
ใหญ่ก็คงจะไม่อ้วนแบบนี้ เหตุที่คนที่เข้าใจหลักการนี้แต่ลดน้ำหนักไม่ได้ก็เพราะว่ายังมีความเข้าใจอีกมากมายที่ยังเข้าใจผิด ทำให้
วันนี้ยังไม่สามารถกำจัดไขมันส่วนเกินไปจากร่างกายอย่างถาวร ซึ่งเราจะเข้าใจด้วยเนื้อหาทั้งหมดในนี้


                                                        

สร้างโดย: 
บัณฑิตา คณาธนานันท์

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 122 คน กำลังออนไลน์