พรรณไม้ในวรรณคดีไทย

รูปภาพของ uns30157

วรรณคดีไทยเริ่มมีขึ้นในราชสำนักก่อน เนื้อเรื่องจึงมักเกี่ยวกับกษัตริย์ ขุนนาง และเจ้านายชั้นสูง ผู้อ่านส่วนมากเป็นข้าราชสำนักซึ่งเป็นผู้มีการศึกษาในสมัยนั้นๆ ต่อมาจึงขยายลงมาสู่สามัญชน ในยุคเริ่มแรกวรรณคดีเป็นแบบร้อยกรอง ดังนั้น ตั้งแต่สมัยสุโขทัย อยุธยาจนถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้น วรรณคดี เช่น พระอภัยมณี ขุนช้างขุนแผน และรามเกียรติ์ จึงเป็นแบบร้อยกรอง ครั้นเมื่อวัฒนธรรม ตะวันตกเริ่มแพร่เข้ามาสู่สังคมไทยในสมัยรัชกาลที่ ๔ และรัชกาลที่ ๕ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์รูปแบบวรรณคดีจึงเปลี่ยนไป โดยมีร้อยแก้วเกิดขึ้นมา เนื้อหาเรื่องราวเปลี่ยนแปลงเป็นชีวิตของสามัญชนบ้าง เช่น วรรณคดีเรื่องมัทนะพาธา นิทราชาคริต เงาะป่า เป็นต้น
           แม้ว่าวรรณคดีไทยจะมุ่งให้ความบันเทิงและความเพลิดเพลินแก่ผู้อ่านเป็นสำคัญ แต่จินตกวีได้สอดแทรกเรื่องราวของยุคนั้นสมัยนั้น เข้าไปในเรื่องด้วยอย่างเหมาะสมกลมกลืนนอกจากจะทำให้ผู้อ่านมีความรู้สึกเหมือนได้ร่วมอยู่ในเหตุการณ์นั้นๆ ด้วยแล้ว ยังเสมือนเป็นกระจกเงาที่สะท้อนภาพสังคมในยุคนั้น ผู้อ่านจึงได้รับความรู้หลากหลายทั้งด้านภาษา ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ วัฒนธรรมประเพณี แนวความคิด ความเชื่อ และความรู้เรื่องพืชพรรณไม้ไปพร้อมๆ กัน
           ในอดีต วิถีชีวิตของคนไทยเกี่ยวข้องและสัมพันธ์กับพืชพรรณไม้มาตลอด สิ่งที่ใช้ในชีวิตประจำวันตั้งแต่อาหารหลัก ผัก ผลไม้ เชื้อเพลิง ในการหุงต้มอาหาร เส้นใยที่ถักทอเป็นเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม แม้แต่เครื่องประทินผิวเพื่อความงามของผู้หญิงก็ได้มาจากพรรณไม้ เมื่อเจ็บไข้ได้ป่วยก็รักษาด้วยพืชสมุนไพร การบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์และพิธีกรรมทางศาสนาตามความเชื่อของแต่ละบุคคลก็ใช้พรรณไม้เป็นสำคัญ ดังนั้น วรรณคดีจึงเป็นเสมือนตำราว่าด้วยเรื่องพืชพรรณไม้ที่มีคุณค่ายิ่ง เพราะไม่เพียงแต่บอกถึงความหลากหลายของพืช ลักษณะ ความงดงาม การมีกลิ่นหอม ยังบอกถึงคุณค่าและการใช้ประโยชน์ซึ่งแสดงถึงภูมิปัญญาของคนไทยอีกด้วยการสอดแทรกเรื่องพรรณไม้ในวรรณคดีไทยมักอยู่ในบทชมป่า ชมสวนเปรียบเทียบความสวยงามของพรรณไม้กับผู้หญิง บทเกี้ยวพาราสี และบทอาลัยรัก ผู้อ่านจึงได้ทั้งอรรถรส และความรู้ไปพร้อมกัน
สุด ได้แก่นิราศสุพรรณของสุนทรภู่ กล่าวถึงพรรณไม้ ๑๘๕ ชนิด และนิราศธารทองแดงของเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์ กล่าวถึงพรรณไม้ ๑๓๓ ชนิด
           พรรณไม้ในวรรณคดีไทยนอกจากจะเป็นพันธุ์ไม้พื้นเมืองแล้ว ยังมีไม้ปลูก พืชผัก ไม้ผลไม้ดอกหอม อีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งเป็นไม้ต่างประเทศแต่มีการนำเข้ามาปลูกในเมืองไทยเป็นเวลานานมากแล้ว จนเป็นที่รู้จักคุ้นเคยของคนไทย บางชนิดเจริญเติบโตได้ดีและขยายพันธุ์ไป
           ทั่วท้องถิ่น จนเข้าใจว่าเป็นพืชพื้นเมืองของไทย
    นอกจากนั้นยังมีไม้ประดับที่ปลูกเพื่อความสวยงามอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งเป็นที่นิยมอยู่ในปัจจุบัน และคนส่วนใหญ่อาจเข้าใจว่าเป็นพรรณไม้ต่างประเทศที่เพิ่งนำเข้ามา เช่น ดาวเรือง เบญจมาศ หงอนไก่ ยี่เข่ง และยี่โถ เมื่อได้อ่านวรรณคดีจะทราบได้ทันทีว่า แท้จริงแล้วไม้ประดับต่างถิ่นเหล่านี้มีปลูกในเมืองไทยมานานแล้ว บางชนิดมีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา
           ชื่อของพรรณไม้บางชนิดในวรรณคดี มีการเขียนสะกดแตกต่างออกไปจากคำทั่วไปบ้างทั้งนี้ เพื่อให้ถูกต้องตามฉันทลักษณ์ของคำประพันธ์ เช่น มะม่วง เป็นหมากม่วง ลำใย เป็นรำไย และกระทุ่ม เป็นกทุ่ม เป็นต้น ถึงแม้ว่าวรรณคดีไทยจะให้ความรู้ในเรื่องพรรณไม้อย่างมากมายและมีคุณค่ายิ่ง แต่บางบทบางตอนอาจมีข้อขัดแย้งกับความเป็นจริงอยู่บ้าง ซึ่งสันนิษฐานได้ว่าอาจเป็นเพราะกลอนพาไป เช่น ในเรื่องอิเหนา ตอนเดินป่า ได้บรรยายพรรณไม้ที่พบไว้ว่า

สร้างโดย: 
กัญญาภัค ใหม่ตาจักร์

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 45 คน กำลังออนไลน์