เกร็ดน้อยๆ นิดๆ กับ “วิทยาศาสตร์” ในสี

รูปภาพของ wantida

เกร็ดน้อยๆ นิดๆ กับ “วิทยาศาสตร์” ในสี 

หลับตานึกถึง "กล่องดินสอสี" ขึ้นมาทีไร หลายคนคงคิดถึงแท่งสีวางเรียงอยู่ในกล่องได้แบบไม่ต้องใช้เวลานาน แต่กว่าเราจะได้สีแต่ละแท่งมาได้นั้น มีต้นกำเนิดมาอย่างไร และเกี่ยวพันกับวิทยาศาสตร์แค่ไหน น้อยคนนักที่จะรู้ ศ.ดร.ศักดา ศิริพันธุ์ จากสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ จะช่วยหาคำตอบ !!
       
       ศ.ดร.ศักดา เล่าระหว่างบรรยายในหัวข้อ "วัฒนธรรมเกี่ยวกับสี" ว่า สีเป็นสิ่งที่คนเราคุ้นเคยมานานแล้ว เป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อคนเราทุกคนและในทุกวิชาชีพมาทุกยุคทุกสมัย ทั้งแพทย์ นักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย ตลอดจนชาวไร่ ชาวนา ชาวสวน ที่ต้องใช้สีเพื่อการสื่อสารไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
       
       ศ.ดร.ศักดา เล่าว่า ก่อนที่เราจะมีเฉดสีต่างๆ ให้เลือกสรรกันใช้แบบไม่อั้นในปัจจุบัน สามารถย้อนไปไกลถึง 15,000 ปีที่แล้วในยุคก่อนประวัติศาสตร์ โดยภาพเขียนสีแรกๆ พบอยู่ในถ้ำลาสโคช์ (Lascaux) ประเทศฝรั่งเศส โดยสีที่คนเรารู้จักนำมาใช้มี 2 ชนิด คือ “เม็ดสี” (pigment) ซึ่งเป็นสารอนินทรีย์ เช่น หินสีในบริเวณใกล้กับเทือกเขาแอลป์ และอีกชนิดที่ได้จากสารอินทรีย์คือ “สีย้อม” โดยมีการใช้งานมานานกว่า 6,000 ปี อียิปต์เป็นชาติเก่าแก่ที่รู้จักการใช้สีเพื่อจารึกและบอกเล่าประวัติศาสตร์มากว่า 3 สหัสวรรษ
       
       ส่วนนักวิทยาศาสตร์คนแรกที่สังเกตและศึกษาปรากฏการณ์ของสี คือ อริสโตเติล ซึ่งเป็นทั้งนักปราชญ์คนสำคัญที่มีอายุเมื่อ 300 ปีก่อนคริสตกาล โดยเขาค้นพบว่าสีเกิดจากการดูดกลืนและสะท้อนของแสงตามหลักวิทยาศาสตร์ ก่อนที่จะมีผู้สนใจอื่นๆ ร่วมศึกษาเรื่องสีด้วย เช่น ลีโอนาร์โด ดาวินซี ศิลปินชื่อก้อง ผู้บัญญัติศัพท์ “ความสว่าง” (Bright) และ “ความต่างสี” (Contrast) ไว้คู่กับวงการศิลปกรรมเมื่อราวศตวรรษที่ 15
       
       จากนั้นนักวิทยาศาสตร์ระดับตำนานอย่างเซอร์ไอแซค นิวตัน ก็ค้นพบว่า เมื่อแสงสีขาวเดินทางผ่านแท่งปริซึมจะแยกได้เป็นแสงสีรุ้ง 7 สี พร้อมให้ความเห็นว่า สีเป็นเรื่องราวของความรู้สึก และแสงประกอบด้วยอนุภาคเล็กๆ มากมาย โดยผู้ให้กำเนิดวงล้อสีที่รู้จักกันดี คือ โยฮันน์ โวล์ฟกัง ฟอน เกอเธ่ นักปรัชญาผู้ให้กำเนิดทฤษฎีแม่สีอันประกอบด้วยสีเหลือง สีแดง และสีน้ำเงิน
       
       ต่อมา โทมัส ยัง นักวิจัยอีกรายก็ได้ค้นพบปรากฏการณ์แทรกสอดของสีขึ้น ดังที่เราจะเห็นได้เมื่อผิวฟองสบู่หักเหกับแสง อีกทั้งเขาร่วมกับเพื่อนยังค้นพบหลักการเห็นสีของตา ซึ่งในเวลาต่อมามีนักวิจัยกลุ่มหนึ่งศึกษาต่อเพื่อพิสูจน์สมมติฐานนี้จนพบว่าเป็นความจริง และได้รับรางวัลโนเบลในเวลาไม่นาน
       
       ขณะที่ในฟากการแพทย์ที่เกี่ยวกับสีก็มีเช่นกัน เมื่อแพทย์ชาวญี่ปุ่นได้ประดิษฐ์แผ่นภาพทดสอบตาบอดสีขึ้นเพื่อตรวจภาวะบอดสี จากนั้นเมื่อขึ้นศตวรรษที่ 19 วงการอุตสาหกรรมก็ผลิตสีสังเคราะห์ใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยใช้กระบวนการทางเคมีกับสารอินทรีย์จากพืช จนได้เฉดสีต่างๆ เพิ่มขึ้นทุกขณะ จนบัญญัติเป็นชื่อสีที่มีความเฉพาะตัวได้นับหมื่นๆ เฉดสีในปัจจุบัน และเกิดระบบสีขึ้นเป็นครั้งแรกในสหรัฐอเมริกา คือระบบมันเชลล์เมื่อราว 100 ปีก่อน
       
       อย่างไรก็ดี สำหรับประเทศไทยเอง สีก็มีความสำคัญทีเดียว โดยเฉพาะกับงานจิตรกรรม ซึ่งเกี่ยวพันกับภูมิปัญญา และวัฒนธรรมดั้งเดิมของไทย โดยได้มีการจัดทำระบบสีไทยไว้แล้ว
       
       ศ.ดร.ศักดา เล่าว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในปี พ.ศ.2524 เมื่อครั้งงานบูรณะภาพจิตรกรรมฝาผนังในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ว โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดำริให้ช่างศิลป์ไทยระบายแถบสีต่างๆ ทีมีชื่อไทย เช่น นวลจันทร์ เมฆคราม เขียวขาบ ดอกตะแบก แดงชาด ฯลฯ และถ่ายภาพแถบสีนั้นไว้แล้วตีพิมพ์เผยแพร่เพื่ออนุรักษ์ลักษณะสีที่มีชื่อไทยไว้ ไม่ให้สูญหายตามกาลเวลา
       
       พระราชประสงค์ดังกล่าว ศ.ดร.ศักดา กล่าวว่า การรวบรวมครั้งนั้นจึงเรียกได้ว่าเป็นการจัดมาตรฐานสีที่มีชื่อไทยเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ก็ว่าได้ เพราะที่ผ่านมา ช่างศิลป์ไทยแต่ละคนมักจดจำลักษณะสีแต่ละสีไว้ในใจตัวเอง โดยไม่มีการจดบันทึก แต่เมื่อนำสีของแต่ละคนมาเปรียบเทียบกันแล้ว กลับได้สีที่มีลักษณะแตกต่างกันออกมา
       
       อย่างไรก็ดี จากการจัดระบบสีครั้งนั้น ศ.ดร.ศักดา เล่าว่า ยังได้มีการนำสีของไทยที่ได้ 50 เฉดสีในครั้งนั้นไปเทียบกับระบบสีมันเชลล์ในปี พ.ศ.2535 ด้วย โดยหวังว่าลักษณะสีของไทยจะเป็นที่รู้จักของนานาชาติมากขึ้น และสามารถสื่อสารกันได้อย่างถูกต้องในวงการธุรกิจและอุตสาหกรรมต่างๆ เช่นในวงการอัญมณี ที่สีของอัญมณีมีผลต่อคุณภาพและราคาของอัญมณีมาก โดยเฉพาะอัญมณีไทยที่มีเฉดสีแบบดีพเรด (deep red) ซึ่งเป็นที่ต้องการมากในตลาดยุโรป

สร้างโดย: 
wantida

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 112 คน กำลังออนไลน์