ระบบฟิวดัล(Feudalism)

รูปภาพของ sss28261

ระบบฟิวดัล(Feudalism)

ระบบฟิวดัล(ระบบศักดินาสวามิภักดิ์)มีที่มาอย่างไรและ เกิดขึ้นได้อย่างไร

                                เป็นลักษณะการปกครองและสังคมของชนเผ่าเยอรมัน(เน้นความผูกพันระหว่างนักรบกับและหัวหน้านักรบตามประเพณี Comitatus โดยกษัตริย์กระจายอำนาจไปสู่หัวหน้าหรือกลุ่มนักรบ)และลักษณะการปกครองที่สืบทอดมาจากโรมัน(ระหว่างผู้อุปการะกับผู้รับอุปการะและความสัมพันธ์ระหว่าง นายกับข้าทาส) ผสมผสานกันเป็นรากฐานของยุโรปสมัยกลาง ในช่วงที่อาณาจักรโรมันล่มสลาย  ชาวนาเจ้าของที่ดินต้องหลบหนี ลี้ภัย เกิดความหวาดกลัว จึงต้องยกที่ดินให้ผู้มีอำนาจเพื่อขอความคุ้มครองเจ้าของที่ดินเดิมเปลี่ยนสภาพมาเป็นผู้เช่าที่ดิน  แต่เป็นเสรีชนและกษัตริย์มีอาณาจักรกว้าง

          Feudal มาจากภาษาลาตินว่า Feudum ตรงกับภาษาอังกฤษว่า Fief แปลว่าดินเนื้อที่หนึ่ง

                ระบบฟิวดัลมีที่ใดบ้าง

                เกิดในฝรั่งเศสคริสต์ศตวรรษที่ 5 ที่อิตาลีคริสต์ศตวรรษที่ 6  นำมาใช้ในอังกฤษต้นศตวรรษที่ 11 และในเยอรมัน

         ลักษณะความสัมพันธ์ในระบบฟิวดัลเป็นอย่างไร

          ระบบฟิวดัลเป็นความสัมพันธ์ระหว่าง Lord (เจ้านาย) กับVassal (ผู้พึ่ง) เป็นระบบการกระจายอำนาจออกจากศูนย์กลางกษัตริย์ไปยังขุนนางแคว้นต่างๆ ขุนนางต่างมีกองทัพของตนเอง

                หน้าที่ของ   Lord คือพิทักษ์รักษาVassalและที่ดินของ Vassalจากศัตรูและให้ความยุติธรรม ปกป้องคุ้มครองในการพิจารณาคดี                         

                     โครงสร้างทางสังคมของระบบฟิวดัล

1.  กษัตริย์ มีฐานะเป็น Lord สูงสุดโดยมีขุนนางเป็นVassalมีพันธะผูกพันทางหน้าที่ต่อกัน  กษัตริย์จะพระราชทานที่ดินเป็นการมอบหมายอำนาจในการปกครอง ให้กับขุนนาง อำนาจของกษัตริย์อ่อนลงปกครองราษฎร์ที่อยู่รอบพระนคร    ดินแดนส่วนอื่นๆเป็นของขุนนาง  และมีความผูกพันกับกษัตริย์โดยยกย่องให้เป็นหัวหน้า  มีข้อผูกพันกับกษัตริย์เพราะมีที่ดินอยู่ในอาณาเขตจึงยอมเป็นVassal มีหน้าที่ช่วยเหลือพระเจ้าแผ่นดินยามสงคราม ที่ดินที่กษัตริย์พระราชทานให้สามารถริบคืนได้

ถ้าVassalไม่ปฏิบัติตามสัญญาหรือสิ้นชีวิตโดย ไม่มีทายาท

2.    ชนชั้นปกครองหรือขุนนางเจ้าของที่ดิน (Suzerain)นับตั้งแต่อัศวินขึ้นไป

3.     ในฝรั่งเศส มีบรรดาศักดิ์เป็น Duke,Earl, Lord, Baron, Countมีการปกครองลดหลั่นตามลำดับขั้น ดูแลปกครองเสรีชนๆมีฐานะเป็น Vassalของ

ขุนนาง  ขุนนางมีฐานะเป็นทั้ง Vassalของกษัตริย์ ซึ่งVassalมีหน้าที่ส่งทหาร

ของตนไปสมทบกับกองทัพของLord   และช่วยเหลือทางการเงินแก่Lord   ขุนนางชั้นสูงยังมีฐานะเป็นLord ของขุนนางชั้นต่ำกว่าลงมา ขุนนางเป็นเจ้าของปราสาทหรือคฤหาสน์

ยังมีขุนนางที่ผ่านการฝึกได้รับการสถาปนาแต่ตั้งให้เป็นอัศวิน(Knight)ไม่ใช่ขุนางที่สืบทอดทางสายโลหิต

3. เสรีชน (villain) ส่วนใหญ่เป็นชาวนา  เป็นผู้เช่าที่ดินซึ่งเคยเป็นของตนเองแต่ไม่มี  

     ภาระผูกติดกับที่ดิน   หรือเป็นเจ้าของที่นาขนาดเล็ก ชาวนารายเล็กๆ

4.  ทาสติดที่ดิน(serf) คือชาวนาที่อาศัย ทำกินบนที่ดินตั้งแต่บรรพบุรุษ ต้องผูกติดกับ   

                     ที่ดิน จะโยกย้ายไปไหนไม่ได้ อยู่ในการควบคุมของเจ้านาย ต้องเสียภาษีรัชชูปการ ภาษีผลิตผลที่ผลิตได้ให้เจ้านาย ยอมให้เจ้านายเกณฑ์แรงงานขุดคู สร้างสะพาน

5.  พระและนักบวช  มีบทบาททางการอบรมจิตใจให้แก่สามัญชน

การเลื่อนชั้นทางสังคมทำได้หรือไม่

      การเลื่อนชั้นทางสังคมของชาวนาอิสระและทาสติดที่ดินทำได้ยากเพราะชนชั้นเจ้าของที่ดินและชาวนามีระบบสืบทอดกรรมสิทธิ์ตามสายโลหิต

การขยายพื้นที่อาณาเขตทำได้โดยวิธีใด

1.  โดยวิธีแย่งชิง ทำสงคราม

2.   การแต่งงานและการรับมรดก

          ระบบแมเนอร์(Manorial System)คืออะไร

          เป็นระบบเศรษฐกิจคำว่า “Manor” แปลว่า คฤหาสน์ หมายถึงบริเวณที่ดินที่กว้างใหญ่รอบๆคฤหาสน์ของขุนนาง  ขนาดของที่ดินขึ้นอยู่กับอำนาจและความั่งคั่งของเจ้าของ บริเวณรอบๆคฤหาส์จะมีหมู่บ้าน ชาวนาและทาสติดที่ดิน ช่างฝีมือ พ่อค้า แต่ละแมเนอร์จะมีการผลิตอาหารเลี้ยงตัวเองโดยขุนนางควบคุมการผลิต   ที่ดินที่ขุนนางให้ชาวน ทาสติดที่ดินทำจะแบ่งการเพาะปลูกในระบบ Three fidld System ออกเป็น 3 ส่วน หมุนเวียนทำ ปีแรกทำ แปลงที่ 1และ 2 ส่วน แปลงที่ 3 จะเก็บไว้เลี้ยงสัตว์

                เพราะเหตุใดระบบฟิวดัลจึงเสื่อม

1.   เนื่องจากการปฏิวัติทางเศรษฐกิจคริสต์ศตวรรษที่ 11

2.   การฟื้นฟูการค้ากับตะวันออกใกล้  มีการไถ่ตัวทาสติดที่ดินเป็นอิสระโดยไปทำการค้า เป็นช่างฝีมือ  มีการเลื่อนฐานะเป็นชนชั้นกลางและมีอิทธิพลางเศรษฐกิจ

                3. เกิดโรคะบาด กาฬโรค ทั่วยุโรปในคริสต์ศตวรรษที่ 14 ทำให้แรงงานหายาก ทาสติดที่ดินมีโอกาสเป็นอิสระ  โยกย้ายที่อยู่ ระบบแมเนอร์จึงสลายตัว

                4.  มีทหารรับจ้าง  ชาวนา หนีไปเป็นทหารรับจ้าง เกิดจลาจลชาวไร่ ชาวนา

                5.  จากสงครามครูเสด และสงคราม 100 ปี ทำให้อัศวินเสียชีวิตมาก กษัตริย์ยึดอำนาจคืนจากขุนนางโดยมีพ่อค้า ชนชั้นกลางสนับสนุน  กษัตริย์เริ่มติดต่อโดยตรงกับประชาชนทรงมีอำนาจปกครองอย่างแท้จริงยุบกองทัพของขุนนาง กล่าวได้ว่าระบบฟิวดัลได้วิวัฒนาการเป็นการปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ในสเปนและฝรั่งเศส

อัศวิน (Knight)

Knight ตรงกับภาษาฝรั่งเศสว่า Chevalier  บุตรชายของขุนนางเท่านั้นที่จะได้รับการเลี้ยงดูอบรมเพื่อเตรียมตัวเป็นนักรบ  อัศวินที่ผ่านการฝึกตั้งแต่อายุ 7 ปีที่ปราสาท เริ่มจากการรับใช้ท่านผู้หญิง ภรรยาเจ้าของปราสาท อบรมมารยาทราชสำนัก ร้องเพลง เต้นรำ ความสำคัญของธรรมะอัศวิน(ระบบวีรคติ Chivalry การฝึกความสุภาพอ่อนโยน กล้าหาญ เสียสละให้เกียรติแก่ข้าศึกเมื่อข้าศึกยอมแพ้ มีวินัย ช่วยเหลือเมื่อสตรีตกอยู่ในอันตราย ปกปักรักษาคนชรา  เด็ก  หญิงหม้าย)  ฝึกขี่ม้าจากทหารคนสนิทของขุนนาง อายุ 14 ปี เลื่อนฐานะจากมหาดเล็กมาเป็น Squire ต้องขัดเกราะให้ขุนนาง รับใช้ขุนนาง จนอายุ 21 ปี และได้รับการเข้าพิธีแต่งตั้งให้เป็นอัศวินก่อนที่จะเป็นขุนนาง

สร้างโดย: 
ด.ญ.ธนภรณ์ สุขสิงห์โตรัตน์ โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 56 คน กำลังออนไลน์