การอ่าน...กุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ

รูปภาพของ sss28261

การอ่าน...กุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ

เป็นที่ยอมรับกันว่า การอ่านเป็นเครื่องมือพื้นฐานสำคัญในการแสวงหาความรู้ ก่อให้เกิดความคิดและวิสัยทัศน์ที่หลากหลายกว้างไกล สามารถนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในการดำรงชีวิตได้อย่างมีความสุข โดยเฉพาะในระบบการศึกษานั้น การอ่านย่อมเป็นพื้นฐานสำคัญยิ่งของผู้เรียนที่จะแสวงหาความรู้ที่สูงขึ้นไป เพราะไม่ว่าจะเรียนรู้ในสาขาวิชาใดก็ต้องอาศัยการอ่านเป็นเครื่องมือสำคัญในการเรียนรู้ทั้งสิ้น 

ถ้าถามว่า"เราควรจะเริ่มปลูกฝังนิสัยรักการอ่านให้กับเด็กเมื่อไหร่ ?" คำตอบที่ถูกต้องคือ ครอบครัว เพราะแม้จะเป็นสถาบันที่เล็กที่สุด แต่มีความสำคัญมากที่สุด เพราะครอบครัวจะมีบทบาทมากในการหล่อหลอมให้เด็กและเยาวชนเป็นคนมีนิสัยรักการอ่าน ดังนั้นพ่อแม่ผู้ปกครองควรจะต้องเป็นตัวอย่างที่ดี เพื่อนำพาให้เด็กรักการอ่าน ดังที่ ศ.คุณหญิงแม้นมาส ชวลิต เคยกล่าวไว้ว่า"การส่งเสริมการอ่านจะต้องกระตุ้นให้เด็กเห็นว่าหนังสือเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องอำนวยความสะดวกในบ้าน สร้างทัศนคติที่ดีเกี่ยวกับการอ่านให้กับเด็ก แล้วความตระหนักก็จะเกิดแก่เด็กเองโดยธรรมชาติ โดยไม่ต้องมีการบังคับ" 

ปัจจุบันเป็นที่น่ายินดีที่ในสังคมมีพ่อแม่จำนวนไม่น้อยได้เริ่มอ่านหนังสือให้ลูกฟังตั้งแต่อยู่ในครรภ์ บ้างก็อ่านหนังสือให้ลูกฟังตั้งแต่แรกเกิด โดยเฉพาะหนังสือนิทาน เพราะเชื่อกันว่า นิทานจะเสริมสร้างจินตนาการให้เด็กได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังทำให้เด็กรู้สึกอบอุ่น มั่นใจ ได้ภาษาดี สมาธิสูง ฯลฯ และที่สำคัญ การอ่านตั้งแต่เด็กเป็นการเริ่มสร้างกระบวนการเรียนรู้ที่พัฒนาทั้งด้าน IQ และ EQ ให้แก่เด็ก 

เมื่อเด็กก้าวเข้าสู่ระบบการศึกษา ก็จะเป็นหน้าที่โดยตรงของสถาบันการศึกษาในการพัฒนาการอ่านของผู้เรียน เพื่อให้เป็นสังคมแห่งการอ่านด้วยการจัดกิจกรรมอย่างหลากหลายรูปแบบ ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการได้ตระหนักถึงความสำคัญของการอ่านจึงได้ประกาศให้ปี 2546 เป็นปีแห่งการส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในมงคลวโรกาสทรงเจริญพระชนมายุ 48 พรรษา เป็นการรวมพลังของคนทั้งชาติ ทั้งนักเรียน ผู้บริหาร ครู พ่อแม่ ผู้ปกครอง และชุมชน เพื่อปลูกฝังให้เด็กไทยรักการอ่านหนังสือและสรรค์สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ โดยจัดทั้งในระดับโรงเรียน ระดับเขตพื้นที่การศึกษา และระดับชาติ 

ในระดับโรงเรียน จะมีการจัดกิจกรรมที่ช่วยให้โรงเรียนใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานบรรลุสู่เป้าหมายแห่งคุณภาพ โดยจัดโครงการ"วางทุกงาน อ่านทุกคน" วันละอย่างน้อย 15 นาที และกำหนดจัดกิจกรรมอื่น ๆ อย่างหลากหลายตลอดปี สำหรับระดับเขตพื้นที่การศึกษา จะส่งเสริมสนับสนุนโรงเรียนให้เป็นแหล่งการเรียนรู้ด้วยการระดมสรรพกำลัง ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภาครัฐและเอกชน รวมทั้งองค์กรศาสนา เพื่อจัดกิจกรรมสร้างสรรค์แต่ประหยัด ส่วนระดับชาติ จะจัดกิจกรรมสร้างกระแสการเรียนรู้และการรักการอ่านให้เด็กเยาวชนและคนไทยตระหนักว่าการอ่านหนังสือคือสิ่งสำคัญในวิถีชีวิต การใฝ่รู้เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ตลอดชีวิต โดยจัดปฏิทินกิจกรรมส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ตลอดปี พร้อมทั้งจัดการแข่งขันระดับชาติชิงถ้วยพระราชทานด้วย 

กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้รณรงค์ส่งเสริมนิสัยรักการอ่านมาโดยตลอดนับจากวันเปิดตัวโครงการฯ เมื่อ 25 พฤศจิกายน 2545 ด้วยกิจกรรมที่หลากหลายมาจนถึงปัจจุบัน อาทิ การจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ทางวิทยุและโทรทัศน์ จัดพิมพ์หนังสือและเอกสารเพื่อส่งเสริมการอ่านแจกไปยังโรงเรียนทั่วประเทศ จัดกิจกรรม"รักด้วยรัก รักนั้น ด้วยการอ่าน" จัดงานมหกรรมแรลลี่ 4 ภาค"รักการอ่าน สานสู่ฝัน" จัดนิทรรศการ"พลังของการอ่าน สรรค์สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้" ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ เป็นต้น 

นอกจากนี้ยังมีโครงการประเมินและสรุปผลการดำเนินงานปีแห่งการส่งเสริมการอ่านและการเรียนรู้ โดยคัดเลือกการจัดกิจกรรมของสถานศึกษา"รักการอ่าน สานสู่ฝัน" ระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาทั่วประเทศเพื่อรับรางวัลระดับชาติชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งกิจกรรมแบ่งออกเป็น 2 สาขา คือ สาขากิจกรรมส่งเสริมยอดนักอ่าน และสาขากิจกรรมส่งเสริมยอดนักอ่านสู่การเรียนรู้ แบ่งเป็น 5 ด้าน ได้แก่ ด้านส่งเสริมนักสร้างสรรค์สังคม ด้านส่งเสริมนักสื่อสารภาษาไทย ด้านส่งเสริมนักสื่อสารภาษาอังกฤษ ด้านส่งเสริมนักคิดคำนวณ และด้านส่งเสริมนักประดิษฐ์ ซึ่งผลจากการคัดเลือกมีสถานศึกษาที่ได้รับรางวัล จำนวน 1,225 รางวัล เป็นรางวัลยอดเยี่ยม 152 รางวัล จากสถานศึกษา 115 โรง เนื่องจากมีบางโรงเรียนได้มากกว่าหนึ่งรางวัล รางวัลดีเด่น 567 รางวัล และรางวัลชมเชย 506 รางวัล 

มีโรงเรียนหลาย ๆ แห่งสงสัยอยากรู้ว่า โรงเรียนที่สามารถจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านประสบผลสำเร็จจนได้รับรางวัลต่าง ๆ นั้นเขาจัดกัน อย่างไร ? สำหรับโรงเรียนลาซาลโชติรวีนครสวรรค์ ซึ่งได้รับ 5 รางวัลยอดเยี่ยม และ 1 รางวัลดีเด่นนั้น ผู้อำนวยการโรงเรียนเล่าให้ฟังว่า"ที่โรงเรียนได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านอย่างต่อเนื่องตลอดปีทั้ง 5 กลุ่มสาระ ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะจีนภาษาจีน บุฟเฟต์ภาษาจีน หมอภาษา โครงการรักการอ่านตอนเช้าก่อนเข้าห้องเรียน และยังมีการดึงชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยสอนเด็ก จะมีการเรียนปนเล่น มีกิจกรรมเสริมในทุกช่วงชั้น ซึ่งเด็กแต่ละคนจะมีพรสวรรค์ไม่เหมือนกัน ดังนั้นบางคนชอบภาษาไทยก็จะสนุกสนานกับกิจกรรมภาษาไทย บางคนเป็นนักคิดนักประดิษฐ์ก็จะสนุกสนานและตั้งใจเมื่อเข้าเรียนวิทยาศาสตร์ เด็กที่พูดเก่งก็จะมีกิจกรรมการอ่านข่าว เป็นพิธีกร พูดหน้าเสาธง เป็นต้น ซึ่งทางโรงเรียนได้เปิดเวทีให้เด็กได้แสดงออกได้เต็มที่ มีมุมแสดงความสามารถได้อย่างหลากหลาย รวมทั้งได้รับความร่วมมืออย่างดีจากทุกฝ่าย ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้โครงการประสบความสำเร็จ นอกจากนี้ทางโรงเรียนยังได้จัดห้องรักการอ่านไว้สำหรับเผยแพร่รูปแบบให้โรงเรียนอื่น ๆ ที่ไม่รู้ว่าจะจัดกิจกรรมอย่างไรได้ไปศึกษาดูงานได้ตลอดเวลาอีกด้วย 

สำหรับที่โรงเรียนไผทอุดมศึกษา กรุงเทพฯ ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านเป็นปกติ เพราะเห็นว่าการอ่านเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ถ้าเด็กรักการอ่านก็จะทำให้เรียนหนังสือเก่งด้วย โดยในช่วงเช้าจะมีโครงการให้อ่านหนังสือคนละเล่ม ทั้งโรงเรียนต้องอ่านพร้อมกัน อ่านเสร็จก็ให้จดบันทึก วิเคราะห์ เป็นประจำทุกวัน ในเวลาเดียวกันก็มีโครงการให้เด็กทุกคนนำหนังสือมาแลกกันอ่าน ส่วนในการจัดกระบวนการเรียนการสอนใน 8 กลุ่มสาระ ต้องให้เด็กอ่านแล้วสร้างชิ้นงานจากหนังสือที่อ่าน เด็กจะมีความสุขกับการได้ร่วมกิจกรรม เพราะได้สร้างเกมเอง สร้างสื่อเอง ไม่มีการบังคับว่าจะต้องอ่านเท่านั้นเท่านี้ แต่ให้อ่านตามที่ชอบก่อน นอกจากนี้ในห้องเรียนได้จัดกล่องหนังสือไว้ให้ประมาณห้องละ 50 เล่ม เมื่อเด็กอ่านจบก็จะสับเปลี่ยนกันระหว่างห้องเรียน 

ด้าน โรงเรียนเบญจมเทพอุทิศ จ.เพชรบุรี มองว่า การกระจายอำนาจในทุกเรื่องจากฝ่ายบริหารไปสู่กลุ่มสาระการเรียนรู้เป็นเรื่องสำคัญมาก โรงเรียนก็มีหน้าที่รับข้อเสนอตามที่แต่ละกลุ่มสาระได้คิดโครงการว่าจะทำอะไรบ้าง และสนองตอบเรื่องงบประมาณบ้าง กำลังใจบ้าง หรือถ้ามีอะไรที่เกินกำลังก็จะหาแรงสนับสนุนจากภาคชุมชน บางครั้งเมื่อครูเกิดอ่อนล้าก็จะหลอมรวมงานให้ทำร่วมกันให้มีเครือข่าย ให้มีการเยี่ยมเยียนซึ่งกันและกัน ซึ่งจะทำให้แต่ละกลุ่มมองเห็นภาพว่า ต่างคนต่างมีดี มีการเปรียบเทียบกัน มีการพัฒนาตนเองให้ก้าวทันในเรื่องที่ตนด้อยอยู่ และจะรู้สึกภาคภูมิใจเรื่องที่โดดเด่น โรงเรียนก็จะเกิดการแลกเปลี่ยนกันในทุกสาระ การเรียนรู้ในภาพรวมก็จะดูดี 

การอ่านหนังสือทำให้เรารู้จักโลกกว้างขึ้น ไม่ว่าสิ่งนั้นจะอยู่ใกล้หรือไกลเพียงใด เราก็สามารถเรียนรู้ได้ด้วยการอ่าน การอ่านมีผลต่อความรู้สึกนึกคิด อารมณ์ และจินตนาการของผู้อ่าน ผู้ที่อ่านมากย่อมฉลาดรอบรู้มาก ดังนั้น จงมาช่วยกันสรรค์สร้างสังคมให้เป็นสังคมแห่งการอ่าน ไม่ว่าจะเป็นในฐานะสถาบันครอบครัว ในฐานะสถาบันการศึกษา หรือในฐานะองค์กรใดก็ตาม เพราะการอ่านจะเป็นหนทางสู่ปัญญา เป็นดวงตาแห่งการเรียนรู้ และเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จ.

สร้างโดย: 
ด.ญ.ธนภรณ์ สุขสิงห์โตรัตน์ โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 46 คน กำลังออนไลน์