www.namz-mim-FD.com

รูปภาพของ pnr27915

            ดังนั้นยิ่งคนที่มีกำลังสมาธิสูงขึ้นเท่าใดประสิทธิภาพในการใช้กำลังสมาธิเพื่อ
ออกกำลังกายจะมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นด้วย 
แล้วการเผาผลาญอาหารจะทำได้ดีและมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นด้วย 
แล้วหากสามารถทำสมาธิได้ทั้งวันแล้วยิ่งถ้าสามารถปล่อยให้มือเคลื่อนไป
เคลื่อนมาได้โดยปล่อยไว้เฉย ๆ  ได้  จะทำเท่ากับเป็นการออกกำลังกายไปในตัว 
ซึ่งวิการนี้จะเหมาะสมสำหรับผู้ที่มีเวลาน้อย 
แต่สิ่งที่ต้องระวังอย่างหนึ่ง  คือต้องหมั่นทำวิปัสนากรรมฐานไปด้วย 
ซึ่งการทำสมาถะทำให้จิตนิ่งอยู่แล้ว 
เพียงเบี่ยงเบนความสนใจจากจุดเดิมให้มาเป็นการสำรวจการกระทำของตนก็จะ
เปลี่ยนจากสมาถะมาเป็นวิปัสนากรรมฐานได้ในทันที

            นี่จึงเป็นประโยชน์ของการทำสมาธิ 
แต่ว่าการทำสมาธิซึ่งเกิดขึ้นกับผู้เขียนเท่านั้น 
คือผู้เขียนจะมีอัตราการเผาผลาญอาหารได้ดีกว่าเมื่อก่อนอย่างมาก 
ทำให้ความต้องการอาหารมากกว่าปกติหากต้องใช้กำลังสมาธิมาก ๆ 
แต่หากเป็นการทำสมาธิเพื่อการพักผ่อนหรือการใช้กำลังสวมาธิทำเพื่อตนเองก็จะ
ใช้กำลังสมาธิไม่มาก 
นั่นหมายความว่าหากใช้กำลังสมาธิทำอาณาปานสติแล้วอยู่เฉย ๆ 
ไม่ทำอะไรเพิ่มเติมจากนั้น  จะให้ผลของการเผาผลาญอาหารน้อย 
เพราะเป็นการทำสมาธิเพื่อพักผ่อนจึงใช้อาหารน้อย 
แล้วสามารถอยู่ได้ด้วยอาหารเพียงมือเดียวต่อวันได้

       เมื่อการทำสมาธิเป็นการออกกำลังกายไปด้วยในตัว 
จึงเท่ากับโรคที่เกิดขึ้นแล้วมีผลจากการไม่ออกกำลังกาย  เช่นโรคหัวใจ 
โรคเส้นเลือดตีบ  หากมีอยู่แล้วโรคเหล่านั้นจะค่อย ๆ  หายไปเอง 
หรือหากไม่เคยมีโรคเหล่านี้ก็จะไม่มีความเสี่ยงที่จะทำให้โรคเหล่านี้เกิด
ขึ้น  อีกอย่างระบบการขับถ่ายก็จะดีขึ้นกว่าเดิมด้วย 
เพราะเมื่อหัวใจสูบฉีดเลือดมากขึ้น  แต่หัวใจไม่ได้ทำงานหนักมากเกินไป 
หัวใจจะเต้นเร็วขึ้นอีกนิดหน่อย 
สภาพนี้จะทำให้ระบบการขับเหงื่อทำงานได้ดีขึ้น 
เหงื่อจะถูกขับออกจากร่างกาย 
ซึ่งจะเป็นการขับของเสียซึ่งร่างกายไม่ต้องการให้ขับออกไปทางเหงื่อให้ง่าย
ขึ้นด้วย  ภูมิต้านทานโรคก็จะดีขึ้นด้วย

              ประโยชน์ของการทำสมาธิจะมีประโยชน์ทางด้านนี้ด้วย 
อันที่จริงแล้วสมาถะหรือสมาถะกรรมฐานถือว่ามีประโยชน์มาก 
แต่มีข้อเสียอยู่อย่างเดียวเท่านั้นและเป็นข้อเสียที่ร้ายแรงและสำคัญ 
คือทำให้อนุสัยในจิตและสันดานในสมองที่ฟุ้งออกมาเข้าไปควบแน่นสะสมให้มีมาก
ขึ้น 
จะทำให้เกิดความสงบซึ่งเกิดเป็นสงบที่เกิดขึ้นอยู่ในสภาพของการตกอยู่ใน
ภวังค์ 
แล้วในขณะเดียวกันก็เป็นการกระตุ้นให้อนุสัยในจิตและสันดานในสมองที่ควบแน่น
จะฟุ้งออกมามากขึ้นแล้วจะเกิดความฟุ้งซ่านตามปริมาณอนุสัยและสันดานที่ฟุ้ง
ออกมาในรูปผลกระทบทางด้านจิตใจ 
ฟุ้งออกมาเท่าไรความรู้สึกก็จะรุนแรงเท่านั้น 
จึงต้องทำวิปัสนากรรมฐานเพื่อทำสิ่งที่ฟุ้งออกมาให้เกิดความบริสุทธิ์จะได้
ไม่เกิดควาสมฟุ้งซ่านจากการฟุ้งของอนุสัยและสันดานนั่นเอง

             นี่จึงเป็นเหตุผลที่เพียงพอมากแล้วที่จะทำให้เราหันมาสนใจการปฏิบัติธรรมอย่าง
จริงจัง 
เพราะการทำสมาธิยังสามารถแก้ไขปัญญาสำหรับคนที่ไม่มีเวลาออกกำลังกาย 
ให้มีเวลาออกกำลังกายควบู่กับการทำงานประกอบอาชีพในชีวิตประจำวันด้วย 
ประโยชน์ของการทำสมาธิจึงมีอยู่มากมายมหาศาลสุดประมาณนั่นเอง

 

 


 

สร้างโดย: 
namz-mim

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 51 คน กำลังออนไลน์