Pepsi*

ที่มาของภาพ: http://www.ethomaz.com/wp-content/uploads/2009/01/pepsi-cans-2008.jpg

""""""""     PEPSI     """""""

เริ่มต้นที่นาย คาเลบ แบรดแฮม ซึ่งเป็นเภสัชกรจากเมือง นิวเบิร์น รัฐ แคโลไรนา ได้เปลี่ยนชื่อ "แบรด ดริงค์" ที่เขาได้คิดค้นปรุงขึ้นเพื่อลูกค้าในร้านขายยาของเขา ไปเป็นชื่อ ที่เรารู้จักกันในทุกวันนี้คือ "เป๊ปซี่ - โคคาโคล่า" ในวันที่ 28 สิงหาคม ค.ศ. 1898 เพื่อที่จะดำรงตำรับความเป็นเครื่องดื่มที่ผสมขึ้นโดยเภสัชชกร แบรดแฮมจึงทำการโฆษณาเครื่องดื่มของเขา อย่างค่อนข้างจะเกินจริงหน่อยๆว่า "สดชื่น มีชีวิตชีวา และช่วยในการย่อยอาหาร" ในปี 1903 และได้ตั้งโรงงานบรรจุขวด เป๊ปซี่-โคล่าสาขาแรก ขึ้นที่เมืองชาร์ล็อตและเดอร์แฮม รัฐ นอร์ธ แคร์โลไลนาอีกสองปีต่อมาในปี 1905 และใน ค.ศ. 1909 เป๊ปซี่ได้ดึงตัวนักแข่งรถระดับแถวหน้า บาร์นี่ โอล์ฟิลด์ ซึ่งถือเป็นพรีเซนเตอร์ผู้มีชื่อเสียงคนแรกของเป๊ปซี่ มาเป็นพรีเซนเตอร์โฆษณาเป๊ปซี่ทางหน้าหนังสือพิมพ์ ว่า"เครื่องดื่มชั้นยอด...เติมความสดชื่น กระปรี้กระเปร่า เป็นเครื่องบำรุงกำลังสำหรับเารแข่งขันประลองความเร็ว" และได้เริ่มมีการใช้แนวคิดที่ว่า "รสชาติดีเยี่ยมและมีประโยชน์ต่อสุขภาพ" ซึ่งแนวคิดนี้ยังคงใช้ต่อกันมานานถึง 2 ทศวรรษ 

ต่อมา ปี 1941 เพื่อเป็นการสนับสนุนกองทัพอเมริกา เป๊ปซี่จึงเปลี่ยนสีของฝาขวดเป็นสีแดง  ขาว และน้ำเงิน และร้านค้าเป๊ปซี่ในไทม์ แสควร์ นิวยอร์ค ได้เปิดกิจการตลอดช่วงระยะเวาลที่เกิดสงคราม ทำให้ครอบครัวกว่า 1 ล้านครอบครัวสามารถบันทึกข้อความสำหรับฝ่ายบริการของกองทัพที่อยู่โพ้นทะเลได้ พอถึงสงครามโลกครั้งที่ 2  

  ในปี1946 เกิดวิกฤติน้ำตาลขึ้นอีกครั้ง และเพื่อเป็นการแกวิกฤติครั้งนี้ เป๊ปซี่จึงซื้อกิจการปลูกอ้อยน้ำตาลในคิวบา ซึ่งถือว่าการตัดสินใจครั้งนี้ของเป็ปซี่คุ้มค่ามาทีเดียว เนื่องสามารถทำกำไรได้มากเพราะน้ำตาลก็ปลูกเอง ไม่ต้องไปซื้อเอาที่ไหน จึงเข้าภาษิตที่ว่า เรือล่มในหนอง ทองจะไปไหน

               บัดนี้ ปี1947 เป๊ปซี่มีผลกำรนานาชาติสูงถึง 6,769,000 เหรียญสหรัฐ จากนั้น เป๊ปซี่ก็เริ่มรุกตลาดเข้าไปใน ฟิลิปปินส์ และตะวันออกกลาง หลังจากได้ตีตลาด แถบละติน อเมริกาแล้ว

               ปี 1950เป๊ปซี่ได้ใช้สโลแกนที่ว่า"สองเท่าในราคา 5 เซ็นต์ก็เหมือนกับได้มากกว่า 1 ออนซ์ ส่งมให้เป๊ปซี่มีทศวรรษที่เต็มไปด้วยพละกำลัง เมื่อผู้บริโภคต่างก็คิดว่า เหมาโหลถูกกว่าอยู่แล้ว แต่ว่ากลยุทธ์นี้ก็ต้องชะงักเมื่อชาวอเมริกันเริ่มหันมาตระหนักถึงเรื่องน้ำหนักตัว เป๊ปซี่จึงตอบสนองโจทย์ผู้บริโกคเกี่ยวกับเรื่องแคลอรี่ต่ำด้วยแคมเปญ "ความสดชื่นแบบแบาๆ"

ที่มาของภาพ: http://www.sey3a.com/s3/images/products/957108.jpg
 

 

สร้างโดย: 
ออมสิรินทร์ คชสุนทร อ.วีระศักดิ์ เตชมหนนท์

มหาวิทยาลัยศรีปทุม ผู้ใหญ่ใจดี
 

 ช่วยด้วยครับ
นักเรียนที่สร้างบล็อก กรุณาอย่า
คัดลอกข้อมูลจากเว็บอื่นทั้งหมด
ควรนำมาจากหลายๆ เว็บ แล้ววิเคราะห์ สังเคราะห์ และเขียนขึ้นใหม่
หากคัดลอกทั้งหมด จะถูกดำเนินคดี
ตามกฎหมายจากเจ้าของลิขสิทธิ์
มีโทษทั้งจำคุกและปรับในอัตราสูง

ช่วยกันนะครับ 
ไทยกู๊ดวิวจะได้อยู่นานๆ 
ไม่ถูกปิดเสียก่อน

ขอขอบคุณในความร่วมมือครับ

อ่านรายละเอียด

ด่วน...... ขณะนี้
พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 
มีผลบังคับใช้แล้ว 
ขอให้นักเรียนและคุณครูที่ใช้งาน
เว็บ thaigoodview ในการส่งการบ้าน
ระมัดระวังการละเมิดลิขสิทธิ์ด้วย
อ่านรายละเอียดที่นี่ครับ

 

สมาชิกที่ออนไลน์

ขณะนี้มี สมาชิก 0 คน และ ผู้เยี่ยมชม 19 คน กำลังออนไลน์